-
ธรรมะ วิทยาศาสตร์ที่แท้
0
July 9th, 2009Uncategorizedวันหยุดเข้าพรรษาปีนี้ มีโอกาสได้ไปปฏิบัติธรรมเพียงหนึ่งวัน ด้วยการนั่งวิปัสสนากรรมฐาน กับ เพื่อนผู้ปฏิบัติอื่นที่ศูนย์ธรรมธานี
ตั้งใจอยากไปนานกว่านั้นแต่ปีนี้ยังหาจังหวะไม่ได้เลย เพราะติดงานต่อเนื่อง คิดไว้ว่าช่วงเดือนกันยายน ปีนี้ จะไปเข้าคอร์สสิบวันให้ได้อีกครั้ง
แต่ระหว่างนี้ก็พยายามฝึกปฏิบัติอยู่ที่บ้านให้ได้สม่ำเสมอก่อน หัวใจของวิปัสสนา คือการฝึกใจของเราให้มองเห็นความจริงอย่างที่มันเป็น ไม่ใช่ที่เราอยากให้เป็น ด้วยองค์ประกอบหลักของ ศีล สมาธิ ปัญญา จะทำให้เราฝึกปฏิบัติไปสู่หนทางที่ดีงามกับตัวเราเองได้
ผู้เขียนเลิกดื่มของมึนเมาทุกชนิด ตั้งแต่เริ่มปฏิบัติวิปัสสนาจริงจังมากขึ้น ก่อนหน้านี้ก็ไม่ใช่คนดื่มเก่งอะไร แต่ก็มีบ้างนิดหน่อยตามวาระงานสังคม โดยเฉพาะชอบดื่มไวน์เมื่อมีโอกาสดีๆ และความรู้สึกดีๆ และคิดว่านิดหน่อยไม่ได้มีอะไรเสียหาย
แต่เดี๋ยวนี้ไม่แล้ว ไม่ดื่มอะไรเลย ด้วยเหตุผลของตัวเองที่ค่อนข้างชัดเจน (เหตุผลหนึ่งก็คือเวลาดื่มของพวกนี้แล้ว จะมีความรู้สึกอ่อนไหวสูงเช่นร้องไห้ง่าย) แม้ผู้เขียนไม่ดื่ม แต่ก็ไม่ได้เป็นนักจารีตนิยม เคารพการใช้ชีวิตของผู้อื่นเสมอ ไม่ได้มองคนดื่มว่าทำไม่ถูก
ทุกคนต่างเลือกวิถีของชีวิตตนเอง อีกทั้งก็ไม่ได้เห็นว่านโยบายการห้ามขายเหล้าจะเป็นทางออกที่แท้จริง แต่อย่างใด
ทุกอย่างอยู่ที่ใจอย่างเดียวเท่านั้น พอผู้เขียนตั้งใจว่าไม่ดื่มเลย
ต่อให้ต้องนั่งอยู่ในร้านเหล้ากับเพื่อนฝูงก็ไม่ได้ทำให้อยากดื่ม ในขณะเดียวกันก็สามารถสนุกสนานครื้นเครงไปในวงได้ ไม่ขัดเขินแต่อย่างใด
ความสุข เริ่มต้น จากจุดเล็กๆในจิตใจของเราเอง อย่างอื่นเป็นเพียงส่วนประกอบหนุนเสริมเท่านั้น
ผู้เขียนเริ่มปฏิบัติวิปัสสนา ตั้งแต่ช่วงที่ถูกบริษัทชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ฟ้อง และเจอปัญหาชีวิตต่างๆ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548
ตั้งแต่ฝึกปฏิบัติเป็นต้นมา ชีวิตจิตใจก็ดีขึ้นเรื่อยๆ และคิดว่า กาารเปลี่ยนแปลงสังคม กับ การมองทุกอย่างอย่างที่มันเป็น
สองสิ่งนี้มันไปด้วยกันได้ ธรรมะ ไม่ได้บอกให้เราวางเฉย เหมือนทองไม่รู้ร้อน
ธรรมะ สอนให้เราทำงานหนัก แต่เต็มเปี่ยมด้วยสติ และใจที่เป็นอุเบกขา ไม่ฟูมฟายหรือใส่อารมณ์ถ้าไม่เป็นดังใจเรา
สำคัญที่สุดคือการฝึกให้เรามีเมตตากับสรรพสิ่งทั้งหลาย จากความเป็นธรรมชาติที่แท้จริง
สิ่งนี้ฝึกได้ด้วยการปฏิบัติธรรม และเป็นกุศลทียิ่งใหญ่กว่าการทำทาน
แต่ทั้งหมดนี้ใช่ว่าฝึกแล้วจะทำได้ดีเลย หลายครั้งที่ผู้เขียนเหวี่ยง คือมีสิ่งที่ทำให้เกิดอาการสติแตกมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
แต่เราไม่ยอมแพ้ ที่จะฝึกใจตัวเองต่อไป สู้อะไรข้างนอกมากมายยังสู้ได้ แล้วทำไม การสู้กับ จิตใจที่ปั่นป่วนไม่สงบและเต็มไปด้วยอารมณ์ซึ่งขึ้นอยู่กับใจเราเองแท้ๆนั้น เราจะทำไม่ได้
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ดีหรือร้าย เรายิ้มไว้ก่อน บอกตัวเองว่า ทุกอย่างมันผ่านมา แล้วมันก็จะผ่านไปเป็นสัจธรรม
จากนั้นก็หายใจเบาๆ หรือ แรงๆ ถ้าความรู้สึกแย่ๆมันจุกอยู่ในใจจนจะล้นระเบิด
เฝ้าดูตัวเองหายใจไปสักพัก แล้ว บอกกับตัวเองว่า เอาสิ จะรู้สึกแย่ๆไปได้นานแค่ไหน
อยากรู้สึก ก็รู้สึกไป ก็จะเฝ้าดูความรู้สึกอยู่สักพัก เราก็จะสัมผัสได้เองว่า
ความตึงเครียด อารมณ์ร้อนๆนั้นค่อยๆผ่อนคลายไป
เพราะเราไม่มีเลขาที่จะคอยเตือนว่าเรา โกรธแล้วนะ หน้าบึ้งแล้วนะ เศร้าเกินไปแล้วนะ
จะมีเพียงสติในใจเราเองเท่านั้นที่จะทำหน้าที่คอยเตือนเรา ให้ รู้ตัวอยู่เสมอ
แล้วก็การยิ้ม การยิ้มทำให้ทุกอย่างสดใส ทำไมเราต้องเอาความทุกข์ของเราไปใส่คนอื่น
การทำให้รอยยิ้มเบ่งบาน อย่างน้อยก็เป็นจุดเล็กๆที่จะทำให้โลกนี้ งดงามขึ้นได้
และสุดท้ายไม่ว่าเราจะโกรธใคร เกลียดใคร ทำไม่ดีกับใคร สุดท้ายเราเองนั่นแหละที่จะต้องอยู่กับความรู้สึกหม่นหมองนั้นๆ
ในวาระ วันที่พระพุทธเจ้า ประกาศ ธรรมะที่ได้ค้นพบ และ วันเข้าพรรษา ที่หลายท่านตั้งใจปฏิบัติธรรม
ขออนุญาต เสขิยธรรม นำเสนอบทสัมภาษณ์นี้ในพื้นที่แห่งนี้ อีกครั้ง ในเรื่องวิทยาศาสตร์ที่แท้ สัมภาษณ์อาจารย์ โกเอ็นก้า วิปัสสนาจารย์
ผู้เป็นอาจารย์สอนการวิปัสสนาให้กับผู้เขียน ผ่าน ศูนย์ธรรมกมลา ธรรมกาญจนา และ ธรรมธานี
ขอให้ทุกท่านได้มีโอกาสปฏิบัติวิปัสสนา และ มีความสุข มีความอิสระ จากความทุกข์ ทั้งหลายนะคะ
อาจไม่สามารถ เป็นอิสระจากความทุกข์ทั้งหมดได้ แต่อย่างน้อยเราก็ได้เริ่มต้นก้าวเดินในเส้นทางแห่งปัญญา
http://www.skyd.org/html/sekhi/50/goenka.html
“เมื่อคุณเห็นกิเลสกำลังก่อให้เกิดความกังวลความปวดร้าวต่อตัวคุณเอง สิ่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของศีล และของความกรุณาหากคุณสามารถเปลี่ยนสิ่งเหล่านี้มาเป็นความกรุณา ความจริงอีกอย่างหนึ่งจะปรากฏชัดยิ่งขึ้น แทนที่จะผลิตแต่ความโกรธ ความเกลียด ความทะยานอยาก หรือความกลัว ความเป็นตัวกู ผมหันมาสร้างความรัก ความกรุณา ความเป็นมิตรไมตรี ธรรมชาติก็จะเริ่มให้รางวัลแก่ตัวฉัน ฉันจะรู้สึกถึงศานติสุข เต็มไปด้วยความลงตัวกลมกลืนในภายใน เช่นเดียวกัน เมื่อผมทำจิตใจของผมให้เศร้าหมองผมก็จะได้รับการลงโทษครั้งแล้วครั้งเล่า และเมื่อผมหันมาชำระจิตใจของผมเองให้บริสุทธิ์ ผมก็จะได้รับรางวัลครั้งแล้วครั้งเล่า” S.N.Goenka

Supinya is her given name. Freebird is a pen name.
She is liberal but moderate in a way.
A new blogger currently working for Thai Netizen Network and Campaign for Popular Media Reform (CPMR) based in Bangkok, Thailand.
Supinya is an Ashoka and Eisenhower Fellow.
Her favorite maxim is quoted from Prince Gautama Siddharta, the Buddha: "Peace comes from within.
Do not seek it without"