วิดีโอจากงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ
“จินตนาการปฏิรูปสื่อทศวรรษหน้า 2010-2020”
ท่านสามารถรับชมวิดีโองานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ
“จินตนาการปฏิรูปสื่อทศวรรษหน้า 2010-2020”
เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2552 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ได้ตาม link นี้

รัฐต้องธำรงเสรีภาพสื่อมวลชนในฐานะเสรีภาพของประชาชน http://www.media4democracy.com/th/index.php
|

ท่านสามารถรับชมวิดีโองานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ
“จินตนาการปฏิรูปสื่อทศวรรษหน้า 2010-2020”
เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2552 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ได้ตาม link นี้

โครงการจินตนาการปฏิรูปสื่อ 2010 -2020
(Re-thinking Media Reform: Integrated Media Policy 2010-2020)
โดย คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส) เครือข่ายพลเมืองเน็ต มูลนิธิหนังไทย
ร่วมกับ ศูนย์ศึกษานโยบายสื่อ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สนับสนุนโดย HEINRICH BOLL FOUNDATION (HBF)
จัดเวทีความรู้สาธารณะ (Public lecture)
ทิศทางสื่อในทศวรรษหน้า: แนวโน้ม ข้อจำกัด และ จินตนาการ
(Media-next-Decade: Prospects, Pitfalls and Imagination)
วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2552 เวลา 9.30 – 16.30 น.
ห้องประชุม สโมสรนิสิตเก่า คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
9.30 – 9.45 น. ลงทะเบียน
9.45 – 10.00 น. กล่าวต้อนรับ ชี้แจงวัตถุประสงค์การจัดงาน แนะนำวิทยากร
10.00 – 11.00 น. บรรยาย และ ถามตอบ
“การจัดสรรคลื่นความถี่วิทยุ โทรทัศน์ และโทรคมนาคมในทศวรรษหน้า: โอกาสและอุปสรรค”
โดย ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านเศรษฐกิจยุคสารสนเทศ
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
11.00 – 11.15 น. พัก 15 นาที
11.15 – 12.15 น. บรรยาย และ ถามตอบ
“วารสารศาสตร์ และ สื่อสารมวลชน ในทศวรรษหน้า: ปัญหา ข้อท้าทาย และพันธกิจต่อสังคม”
โดย ผศ.ดร.พิรงรอง รามสูต รณะนันท์ หัวหน้าภาควิชาวารสารสนเทศ และ ผู้อำนวยการ ศูนย์ศึกษานโยบายสื่อ
คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ดำเนินรายการโดย อ.พรรษาสิริ กุหลาบ
12.15 – 13.15 น. พักกลางวัน
13.15 – 14.15 น. บรรยาย และ ถามตอบ
“จินตนาการสื่อภาพยนตร์ในทศวรรษหน้า“
โดย รศ.ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล
นัก วิทยาศาสตร์ นักการศึกษา นักเขียน นักแปล คอลัมนิสต์ (เจ้าของนามปากกาชัยคุปต์, เตคีออน, และวัฒนชัย) นักจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์ เจ้าของรางวัลนักสื่อสารทางวิทยาศาสตร์ดีเด่นปี 2538
14.15 – 15.15 น. บรรยาย และ ถามตอบ
“พัฒนาการของอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย อดีต ปัจจุบัน อนาคต”
โดย ตฤณ ตัณฑเศรษฐี
อดีตกรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน), ประธานมูลนิธิ OpenCare
15.15 – 15.30 น. พัก 15 นาที
15.30 – 16.30 น. บรรยาย และ ถามตอบ
“สื่อและรูปแบบทางสังคม (Social Model) ในทศวรรษหน้า: มุมมองจากผู้ด้อยโอกาส”
โดย ต่อพงษ์ เสลานนท์ สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย
ดำเนินรายการโดย สุภิญญา กลางณรงค์
*สอบถาม 08-91232296, 08-23392121, 02-6910574
* ลงทะเบียนร่วมงานล่วงหน้าได้ที่ www.thainetizen.org www.media4democrcay.com

หลังจากทำงานด้านการปฏิรูปสื่อมากว่าทศวรรษ คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.) ได้ ร่วมกับเครือข่ายพลเมืองเน็ต กลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิพลเมืองบนโลกออนไลน์ และมูลนิธิหนังไทย จะร่วมกันสรุปบทเรียนตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพร้อมกับมองถึงอนาคตในอีกสิบปี ข้างหน้า ภายใต้โครงการ “จินตนาการปฏิรูปสื่อทศวรรษหน้า 2010-2020”
(Rethinking Media Reform and Integrated Media Policy 2010-2020)
สุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ประสานงานโครงการฯ กล่าวว่า “กลุ่มภาคีดังกล่าวจะร่วมกันแถลงจุดยืน ศึกษาวิจัย อบรมสัมมนา และพัฒนาข้อเสนอและร่างกฎหมายต่าง ๆ เพื่อร่วมกำหนดทิศทางสื่อไทยในอนาคต ทั้งเรื่องการเผยแพร่เนื้อหาและระบบเครือข่ายโทรคมนาคม”
อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ตัวแทนเครือข่ายพลเมืองเน็ต มองว่า “สื่ออินเทอร์เน็ตในอนาคตจะเข้าไปอยู่ในทุกมุมของชีวิต และจะมีแนวโน้มในการข้ามสื่อมากยิ่งขึ้น ซึ่งงานวิจัยนี้อาจจะทำให้เห็นภาพรวมได้ชัดเจน”
ตัวแทนมูลนิธิหนังไทย ชลิดา เอื้อบำรุงจิต มองว่า “ปัญหาในส่วนของภาพยนตร์ เราจะมองให้ไกลไปกล่าวเรื่องของการเซ็นเซอร์ แต่จะมองไปถึงวิธีการเรียนการสอนภาพยนตร์ใน เมืองไทย เพราะมันคือรากฐานของวงการภาพยนตร์ในประเทศไทย”
นอกจากนั้นยังมีตัวแทนจากคณะทำงานด้านสื่อสิ่งพิมพ์ พรรษาสิริ กุหลาบ อาจารย์ประจำภาควิชาวารสารสนเทศ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ สุเทพ วิไลเลิศ เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.) ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้ด้วย
โดยงานแถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 23 กรกฎาคม นี้ ที่ห้องประชุมชั้น 4 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (แยกปทุมวัน)
ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป และเปิดให้สื่อมวลชนได้ร่วมซักถามรายละเอียดโครงการดังกล่าวในทุกประเด็น
สอบถามรายละเอียด
คุณพิเชฐ ยิ่งเกียรติคุณ 089-123-2296,082-339-2121
แผนที่ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร http://www.bacc.or.th/contactus.html


คปส.พร้อมเครือข่ายสื่อภาคประชาชนนัดมอบแผนพัฒนาสื่อสารมวลชนฯ
ให้ประธานกมธ.วิสามัญคลื่นความถี่ฯแจงสัดส่วนคลื่นความถี่ภาคประชาชน ๒๐% ชี้กฎหมายปี ๒๕๔๓ มีที่มาจากแผนสภาพัฒน์ฯ
ด้านตัวแทนวิทยุชุมชนบ่อนอกจากประจวบคีรีขันธ์ รุดมอบหน้ากากอนามัยระบุข้อความ “คลื่นความถี่ของประชาชน ๒๐% ต้องคงอยู่” ให้กรรมาธิการ ๔๕ ท่าน ใช้ระหว่างประชุมเพื่อป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ ๒๐๐๙ ที่กำลังระบาด
วันพฤหัสบดีที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๒ เวลา๐๙.๐๐น.อาคารรัฐสภา๓ชั้น๔
บริเวณหน้าห้องประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ….
………………………………………….
ข่าวประชาสัมพันธ์
ประชาชนแจงกมธ.ยืนยันคลื่น ๒๐%
พร้อมยื่นแผนสื่อสภาพัฒน์ฯ ยันที่มาสัดส่วน ปชช. ชี้ตอกย้ำสื่อรัฐ-เอกชนไม่ทำหน้าที่หยุดไข้หวัด ๒๐๐๙
๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๒ ที่อาคารรัฐสภา ๓ คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ พร้อมเครือข่ายสื่อภาคประชาชนในท้องถิ่น เข้ามอบเอกสารที่มาของการจัดสรรคลื่นให้กับภาคประชาชน ๒๐% ตาม ก.ม.คลื่นความถี่ ปี ๒๕๔๓ ให้กับประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ….
สืบ เนื่องจากการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. …. ของคณะกรรมาธิการวิสามัญในขณะนี้ อยู่ในวาระพิจารณาแนวทางว่าด้วยการจัดทำแผนแม่บท ในหมวด ๓ ซึ่งภาคประชาชนได้เรียกร้องให้คงสาระในบทบัญญัติเดิมตามมาตรา ๒๖ ของกฎหมายฉบับปี ๒๕๔๓ ซึ่งกำหนดว่าการจัดทำแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ต้องคำนึงถึงสัดส่วนที่เหมาะสมระหว่างผู้ประกอบการภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน โดยต้องจัดสรรคลื่นความถี่ให้กับภาคประชาชนได้ใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบ และต้องจัดให้มีสถานีวิทยุกระจายเสียงประจำจังหวัดและสถานีวิทยุโทรทัศน์ใน ท้องถิ่น รวมถึงการอนุญาตให้ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ต้องครอบคลุม เนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ
นายสุเทพ วิไลเลิศ เลขาธิการ คปส. กล่าวว่า “เอกสารที่ยื่นให้กับกรรมาธิการวิสามัญ คือ แผนพัฒนาสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ และโทรคมนาคม เพื่อการพัฒนาคนและสังคม จัดทำโดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งเป็นที่มาของการกำหนดให้องค์กรอิสระต้องจัดสรรคลื่นความถี่ให้กับ ประชาชนไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบในกฎหมายปี ๒๕๔๓ และรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ กำหนดไว้เพียงแต่การยุบรวมองค์กรอิสระ ดังนั้น กมธ. จึงต้องยืนยันหลักประกันในสิทธิการสื่อสารของประชาชน โดยต้องกำหนดให้มีการจัดสรรคลื่นความถี่ให้กับประชาชนไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบเช่นเดิม”
ทั้งนี้ระหว่างการยื่นหนังสือ ตัวแทนจากเครือข่ายสื่อภาคประชาชนได้มอบหน้ากากอนามัยระบุข้อความ “คลื่นความถี่ของประชาชน ๒๐% ต้องคงอยู่” ให้แก่ประธาน กมธ.วิสามัญฯ เพื่อแจกให้กับคณะกรรมาธิการและเจ้าหน้าที่สภาสวมระหว่างการประชุม เนื่องจากเห็นว่าสื่อของรัฐและเอกชนในขณะนี้ไม่สามารถทำหน้าที่ให้ข้อมูลข้อ เท็จจริงเกี่ยวกับโรคไข้หวัดใหญ่ ๒๐๐๙ ให้กับประชาชนได้รับรู้และสามารถป้องกันตนเองได้ จึงเกรงว่ากรรมาธิการจะเจ็บป่วยเนื่องจากติดเชื้อโรคชนิดดังกล่าว
ด้านนายพรพิพัฒน์ วัดอักษร ตัวแทนเครือข่ายสื่อภาคประชาชน จากชุมชนบ่อนอก จ.ประจวบ คีรีขันธ์ กล่าวว่า “สื่อของรัฐและสื่อของเอกชนในปัจจุบันยังไม่สามารถตอบสนองประชาชนในเรื่อง ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องได้ เช่นกรณีสถานการณ์แพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ ๒๐๐๙ สื่อของรัฐไม่ได้ให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาเพียงพอ และเอกชนที่ได้สัมปทานวิทยุโทรทัศน์ก็เอาเวลาไปมุ่งหากำไรมากกว่า ประชาชนจึงไม่มีข้อมูลที่ถูกต้องไว้ป้องกันตัวเองจากโรคระบาด”

National Federation of Community Radio also wants fair distribution of radio frequencies among the provinces and television stations established to meet the needs of locals.
It was submitted to the committee through its acting chair, Democrat Party MP Phusdee Tamthai.
She was given the NFCR submission by Suthep Wilailert, secretary-general of the Campaign for Popular Media Reform.
http://www.asiamedia.ucla.edu/article.asp?parentid=110309
Ms Supinya urged the committee to set clear guidelines to prevent major media businesses from dominating the frequency auctions at the provincial level.
Tags: Community radio, CPMR, Frequencies Regulator, Media reform, Media regulation, NBTC
วันนี้ต้องไปประชุม กรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับดูแลกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ…. ทั้งวัน ครั้งนี้จะเป็นการประชุมครั้งที่ 11 แล้ว มีเรื่องสำคัญต้องถกเถียงกันหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องอำนาจหน้าที่ของ องค์กรอิสะหรือ กสทช. - คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ
เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว ตนเองได้เสนอแปรญัตติให้มีการเพิ่มเติม เรื่อง อำนาจหน้าที่ของ กสทช. ในการ คุ้มครองและส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการสื่อผ่านสื่อวิทยุ โทรทัศน์ด้วย แต่มีกรรมาธิการหลายท่านก็ท้วงติง และ ไม่เห็นด้วย เรื่องนี้ก็เลยยังแขวนไว้ วันนี้ต้องไปอภิปรายกันต่อ ก็เตรียมทำการบ้านไปส่วนหนึ่ง แต่ก็ต้องดูบรรยากาศที่ประชุมวันพรุ่งนี้ด้วย เรื่องสิทธิเสรีภาพที่คิดว่าเข้าใจง่ายๆ แต่ในความเป็นจริงก็ไม่ง่ายเลย พรุ่งนี้ต้องตอบคำถามให้ได้ว่า รูปธรรมของ หน้าที่ในการ คุ้มครองและส่งเสิรมสิทธิเสรีภาพในการสื่อสาร คืออะไรบ้าง
ได้เตรียมคำตอบไปแล้ว พรุ่งนี้จะไปยกมือขออภิปรายและเสนอแนะในที่ประชุมกรรมาธิการ
ทุกท่้าน สามารถดูรายงานการประชุมฉบับทางการของการประชุมครั้งที่แล้ว ได้ที่
http://www.parliament.go.th/parcy/sapa_db/adhoc-upload/2-20090605093303_s10kk.pdf
ปล. กำลังลังเลว่า พรุ่งนี้จะใ่ส่สูทตัวไหนดี เริ่มเบื่อตัวเดิมๆ ช่วงนี้ตนเองมีประชุมในสถานที่ราชการบ่อยมากขึ้น
จะแต่งตัวลำลองก็ไม่ได้ ต้องแต่งตัวเรียบร้อย แต่งหน้า ดูแลผมให้เข้าที่ และต้องเตรียมผ้าพันคอไปด้วย หรือ ผ้าคลุมไหล่
เนื่องเพราะแอร์ในห้องประชุมหนาวมาก เวลาต้องประชุมทั้งวันทีไร เหมือนจะป่วยทุกที แต่ก็คงดีกว่าคนที่เขาต้องทำงานกลางแดดร้อน และเลือกไม่ได้ โดยเฉพาะคนที่ใช้แรงงาน เวลาเห็นแดดแรงๆ ก็คิดทุกทีว่า เขาทนได้ยังไง ที่เอาพลังงานของอนาคตมาใช้ โดยฉพาะคนทำงานก่อสร้าง ทำงานหนักมากแต่ได้ค่าตอบแทน นิดเดียวประมาณ สองร้อยบาทต่อวัน ตนเองไประชุม หนึ่งวันที่รัฐสภา ก็ได้เบี้ยประชุม หนึ่งพันบาทแล้ว
หวังว่าวันนี้ การประชุมจะคืบหน้าไปในทางที่ดี
Tags: Frequencies Regulator, Media reform, NBTC