Supinya.com

Freedom of expression and belief is a basic human right, not a crime.
  • scissors

    กำหนดการโครงการนักศึกษาแกนนำเพื่อพัฒนาสื่อและสังคม

    ณ ห้องGM Hall ศศนิเวศน์ (ในพื้นที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)

    จัดโดย เครือข่ายพลเมืองเน็ต

    วันที่ 16 - 17 ตุลาคม 2552

    วันที่ 16 ตุลาคม 2552

    09.45                                          ลงทะเบียน

    10.30 -11.30              บรรยายหัวข้อความรู้ความเข้าใจพื้นฐานและภาพรวมเกี่ยวกับการทำงานภาคสังคม

    โดย คุณไกลก้อง ไวทยาการ จาก สถาบันChangeFusion ภายใต้มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยฯ

    11.30-12.30              ร่วมสนทนากับ นิสิตนักศึกษา นักกิจกรรมรุ่นใหม่เพื่อทำความรู้จักกันและกันดำเนินรายการโดย

    • คุณ พิเชฐ ยิ่งเกียรติคุณ ผู้ประสานงานด้านสังคม สถาบันChangeFusion ภายใต้มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยฯ
    • คุณ ทวีพร คุ้มเมธา นิสิตคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    12.30– 13.30                            ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน

    13.30 – 15.30

    เสวนาร่วมหัวข้อสื่อเก่า สื่อใหม่ กับพัฒนาการประชาธิปไตย

    ดำเนินรายการโดยคุณสุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ประสานงานและกรรมการเครือข่ายพลเมืองเน็ต

    ผู้ร่วมเสวนา

    - คุณ ชูวัส ฤกษ์ศิริสุข บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท

    - คุณ สฤณี อาชวานันทกุล นักเขียน นักแปลอิสระ และอาจารย์พิเศษ

    - คุณ พิชัย พืชมงคล กรรมการบริหาร สำนักกฎหมายธรรมนิติ

    - คุณกานต์ ยืนยง ผู้อำนวยการ Siam Intelligence Unit

    15.30 – 16.30              บรรยายหัวข้อกฏหมายและข้อบังคับต่างด้านการสื่อสารในปัจจุบันโดย คุณสุภิญญา กลางณรงค์

    16.30 -17.00              ให้นักศึกษาเสนอรายบุคคลประเด็นและหัวข้อที่สนใจ ใน2 หัวข้อ

    - ข้อจำกัดและนโยบายสื่อที่อยากจะเปลี่ยนแปลง

    - คุณอยากจะนำสื่อไปผลักดันประเด็นสังคมด้านใด (เช่น การเมือง สิ่งแวดล้อม ฯลฯ)

    วันที่ 17ตุลาคม 2552

    09.45                                          ลงทะเบียน

    10.00 – 11.30              บรรยายหัวข้อ ลักษณะเฉพาะ ของสื่ออินเทอร์เน็ต บทบาทและหน้าที่ของสื่ออินเทอร์เน็ตกับสังคม

    โดย คุณ อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ จาก Siam Intelligence Unit

    11.30 – 13.00              เสวนาร่วมหัวข้อ การผลิตงานเชิงวิชาการ และการศึกษาด้านสื่อกับสังคม นโยบายสื่อ

    ดำเนินรายการโดย คุณ สุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมเสวนา

    -อ.ช้องนาง วิพุธานุพงษ์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม

    - คุณ กานต์ ยืนยง จาก Siam Intelligence Unit

    - อ. อิทธิพล ปรีติประสงค์ จากสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็ก และครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล

    Tags:
  • scissors

    เครือข่ายพลเมืองเน็ต ประกาศรับสมัครนักศึกษาเข้าร่วมโครงการ

    “นักศึกษาแกนนำเพื่อพัฒนาสื่อและสังคม”

    ในวันที่ 16 - 17 ตุลาคม 2552

    รับสมัครนิสิตนักศึกษาผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ โดยมีคุณสมบัติดังนี้

    • ศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษา
    • มีอายุตั้งแต่ 18 - 25 ปี

    คัดเลือกโดยวิธีการส่งบทความ “ความสัมพันธ์ของสื่อกับสังคม” ความยาว 1 - 2 หน้ากระดาษ A4

    โดยเครือข่ายพลเมืองเน็ตจะคัดเลือก 15 ท่านเพื่อเข้าร่วมกับโครงการดังกล่าว

    สามารถส่งผลงานได้ที่ freethainetizen AT gmail.com (พร้อมชื่อ - นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์)

    หมดเขตรับผลงานวันที่ 12 ตุลาคม 2552 งานนี้ไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใดจ้า


    http://thainetizen.org/

    Tags: ,
  • scissors
    July 30th, 2009supinyaCPMR, Events, Thai Netizen Network

    โครงการจินตนาการปฏิรูปสื่อ 2010 -2020

    (Re-thinking Media Reform: Integrated Media Policy 2010-2020)

    โดย คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส) เครือข่ายพลเมืองเน็ต มูลนิธิหนังไทย

    ร่วมกับ ศูนย์ศึกษานโยบายสื่อ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    สนับสนุนโดย HEINRICH BOLL FOUNDATION (HBF)


    จัดเวทีความรู้สาธารณะ (Public lecture)

    ทิศทางสื่อในทศวรรษหน้า: แนวโน้ม ข้อจำกัด และ จินตนาการ

    (Media-next-Decade: Prospects, Pitfalls and Imagination)

    วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2552 เวลา 9.30 – 16.30 น.

    ห้องประชุม สโมสรนิสิตเก่า คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    9.30 – 9.45 น. ลงทะเบียน

    9.45 – 10.00 น. กล่าวต้อนรับ ชี้แจงวัตถุประสงค์การจัดงาน แนะนำวิทยากร

    10.00 – 11.00 น. บรรยาย และ ถามตอบ

    การจัดสรรคลื่นความถี่วิทยุ โทรทัศน์ และโทรคมนาคมในทศวรรษหน้า: โอกาสและอุปสรรค

    โดย ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านเศรษฐกิจยุคสารสนเทศ

    สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย

    11.00 – 11.15 น. พัก 15 นาที

    11.15 – 12.15 น. บรรยาย และ ถามตอบ

    วารสารศาสตร์ และ สื่อสารมวลชน ในทศวรรษหน้า: ปัญหา ข้อท้าทาย และพันธกิจต่อสังคม

    โดย ผศ.ดร.พิรงรอง รามสูต รณะนันท์ หัวหน้าภาควิชาวารสารสนเทศ และ ผู้อำนวยการ ศูนย์ศึกษานโยบายสื่อ

    คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ดำเนินรายการโดย อ.พรรษาสิริ กุหลาบ


    12.15 – 13.15 น. พักกลางวัน

    13.15 – 14.15 น. บรรยาย และ ถามตอบ

    จินตนาการสื่อภาพยนตร์ในทศวรรษหน้า

    โดย รศ.ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล

    นัก วิทยาศาสตร์ นักการศึกษา นักเขียน นักแปล คอลัมนิสต์ (เจ้าของนามปากกาชัยคุปต์, เตคีออน, และวัฒนชัย) นักจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์ เจ้าของรางวัลนักสื่อสารทางวิทยาศาสตร์ดีเด่นปี 2538

    14.15 – 15.15 น. บรรยาย และ ถามตอบ

    “พัฒนาการของอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย อดีต ปัจจุบัน อนาคต”

    โดย ตฤณ ตัณฑเศรษฐี
    อดีตกรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน), ประธานมูลนิธิ OpenCare

    15.15 – 15.30 น. พัก 15 นาที

    15.30 – 16.30 น. บรรยาย และ ถามตอบ

    สื่อและรูปแบบทางสังคม (Social Model) ในทศวรรษหน้า: มุมมองจากผู้ด้อยโอกาส

    โดย ต่อพงษ์ เสลานนท์ สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย

    ดำเนินรายการโดย สุภิญญา กลางณรงค์

    *สอบถาม 08-91232296, 08-23392121, 02-6910574

    * ลงทะเบียนร่วมงานล่วงหน้าได้ที่ www.thainetizen.org www.media4democrcay.com


    Tags: , , ,
  • scissors

    เรารักอินเทอร์เน็ต เพราะอินเทอร์เน็ตสอนให้เรารักความคิดอื่นๆ


    เมื่อวานนี้ (11 ก.ค. 52) มีวงคุยไปกินไป #2 ของเครือข่ายพลเมืองเน็ตว่าด้วยคำถามนำเรื่องอินเทอร์เน็ตคือโลกหรือไม่ แถวถนนพระอาทิตย์

    ผู้เขียนไปร่วมงานสายพอควร เขาเริ่มคุยกันไปสักพักใหญ่แล้ว  แต่ก็พอตามประเด็นทัน  ว่าด้วยเรื่องอินเทอร์เน็ตคืออะไรกันแน่ สื่อ หรือ โลก

    รวมถึงปัญหาแวดล้อมที่กระทบชีวิต สิทธิ ผู้ใช้ ‘อินเทอร์เน็ต’ คำตอบจากวงคุยก็มีหลากหลาย ต่างกันไป และบางส่วนก็ค้างคาอยู่ในสายลม หรือบางอย่างก็อาจไม่มีคำตอบหรือไม่ต้องการคำตอบ  ความรู้สึกรวบยอดที่ผู้เขียนได้รับจากเวทีนี้คือความรู้สึกของคนเข้าร่วมที่ว่า

    1. เรารักอินเทอร์เน็ต

    2. เราจะสู้เพื่ออินเทอร์เน็ต

    3. ขาดอินเทอร์เน็ตเหมือนกับขาดใจ

    4. ตัวตนในอินเทอร์เน็ต คือ ตัวตนที่มีความหมาย ถ้าหายไป ก็เหมือนชีวิตจะหายไปด้วย

    ดังนั้น Love me love my online identity!

    5.ฉันรักอินเทอร์เน็ต เพราะอินเทอร์เน็ต สอนให้ฉันรักประชาชน(ที่คิดแตกต่างหรือคิดแปลกๆเพราะฉันได้เรียนรู้และยอมรับมากขึ้น)


    สำหรับผู้เขียนอินเทอร์เน็ต เป็นสื่อในทางเทคโนโลยีการสื่อสาร แต่ก็เป็นโลกได้ด้วยในความเป็นมนุษย์

    จะเป็นโลกของผู้เขียนด้วยหรือไม่ ผู้เขียนกำลังเรียนรู้และประเมินอยู่ เพราะโลกของผู้เขียนนอกจากโลกในความหมายคือ Earth ซึ่งเป็นสิ่งที่โอบอุ้มชีวิตผู้เขียนอยู่นี้ ผู้เขียนก็มีโลกนั่นโลกนี้ เยอะแยะมากมายไปหมด โดยเฉพาะ โลกส่วนตัว :)

    งานคุยครั้งนี้ทำให้ผู้เขียนนึกถึงวลีจากทฤษฎีการสื่อสาร  We cannot not communicate. (เราไม่สามารถที่จะไม่สื่อสารได้เลย) แนวคิดนี้สะท้อนให้เห็นถึงธรรมชาติของมนุษย์ที่ว่าเกิดมาก็ต้องสื่อสารตั้งแต่แหกปากร้องเสียงดัง ตั้งแต่คลอดออกมาจากท้องแม่ ซึ่งจากนั้นเป็นต้นมา มนุษย์ก็ไม่เคยหยุดที่จะสื่อสารอีกเลย ไม่ว่า เราจะพูดหรือไม่พูดก็ตาม เราไม่สามารถที่จะหยุดสื่อสารกับมนุษย์คนอื่น หรือสิ่งรอบตัวได้  แม้กระทั่งความรู้สึกของเราเอง

    ความเงียบก็คือการสื่อสารอย่างหนึ่ง

    การแสดงออกทาง สีหน้าแววตา ก็เป็นการแสดงออกโดยตัวของมันเองอยู่แล้ว

    ดังนั้น  We cannot not communicate. (จากทฤษฎีการสื่อสาร One cannot not communicate http://en.wikipedia.org/wiki/Paul_Watzlawick )

    ในฐานะสื่อ อินเทอร์เน็ตก็คือพื้นที่ใหม่ๆ เปิดกว้างให้มนุษย์ได้ทำการสื่อสารอย่างเต็มที่ กว้างขวาง สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

    และสามารถกระทำได้ด้วยตัวเองเพื่อให้สื่อสารไปยังคนหมู่มากคือเป็น Active communicator ไม่ใช่เป็นแค่ Passive audience เหมือนเวลาที่เรานั่งดูโทรทัศน์หรือสื่อ traditional อื่นๆ Web 2.0 และการมี สายใยสังคมผ่านเว็บ ( social network) ที่ง่าย สะดวกขึ้น ยิ่งกระตุ้น ส่งเสริมให้มนุษย์สื่อสารกันได้มากขึ้น

    คนที่เงียบงันในชีวิตออฟไลน์ ในพื้นที่ออนไลน์ก็อาจเป็นคนที่ช่างจำนรรจา พูดตลอดเวลาไม่หยุดก็เป็นได้ การสื่อสาร เป็น ธรรมชาติ ขั้นปรกติพื้นฐานของมนุษย์ ถ้ามองอีกมุมว่าเป็นกิเลสด้วยก็ไม่ผิดนัก ถ้าเราอยากคุมกิเลสไม่ให้การสื่อสารแสดงออกของเราสร้างความทุกข์ให้กับตัวเองและผู้อื่นเราก็ต้องระวังในศีลข้อสี่ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า แต่ถ้าเราอยากให้ศักยภาพการสื่อสารทั้งหมดในฐานะความเป็นมนุษย์ได้แสดงออกไปเราก็สามารถทำได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่เล็กๆ ส่วนตัว หรือพื้นที่กว้างใหญ่ในโลกไซเบอร์เช่นอินเทอร์เน็ต  มันคือพื้นที่สาธารณะที่ให้มนุษย์ทำการสื่อสาร กับตัวเองและผู้อื่น รวมทั้งสื่อสารกับสังคมไร้อย่างไร้ขีดจำกัดมากกว่าที่ผ่านมา แต่มันก็มีข้อจำกัดในตัวของมันเอง ใครที่คิดว่าอินเทอร์เน็ตมันไม่ควรถูกกำกับดูแล (regulated) อันนี้ขัดกับข้อเท็จจริงตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว เพราะอินเทอร์เน็ตอิงกับเทคโนโลยี มันถูก regulated ตั้งแต่ต้นทางที่เราเริ่มเสียบปลั๊กเพื่อออนไลน์ผ่านโครงข่ายโทรคมนาคมแล้ว  โจทย์ของเราก็คือการต้องวิ่งตามคอยดูแลการกำกับดูแลนั้นให้มันเป็นการกำกับดูแลโดยแท้ไม่ใช่การควบคุมหรือสอดส่องอย่างที่จะละเมิดสิทธิเสรีภาพของพลเมืองจนเกินไป

    วงคุยเมื่อวานก็แตะกันหลายประเด็น เราอยู่ในโลกที่มีข้อจำกัดท้าทายมากขึ้นเรื่อยๆ เรามีโอกาส แต่เราก็มีอุปสรรคนานัปการ

    สุดท้าย เทคโนโลยีการสื่อสาร ก็จะไม่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อสังคมโดยรวมใช่หรือไม่  ถ้ากระจุกตัวในการใช้เพียงคนกลุ่มหนึ่ง และ ไม่ได้นำไปสู่การส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของพลเมืองอย่างที่ควรจะเป็น หรือไม่ได้ไปถึงขั้นการเป็นพื้นที่เพื่อสร้างสายใย ระหว่างคนในสังคม เพื่อลดช่องว่าง ซึ่งกันและกัน อันนี้เป็นโจทย์สำหรับทิศทางสื่อในอนาคตที่ต้องตอบ

    อินเทอร์เน็ตก็เป็นโลกด้วย สำหรับคนหรือชุมชน ที่คิดว่า อินเทอร์เน็ตคือโลกของเขา  อะไรคือโลก โลกก็คือ สิ่งที่โอบล้อมชีวิตเราให้ดำรงอยู่ได้ตามวัฏจักร ถ้าชีวิตผู้ใดผูกพันกับอินเทอร์เน็ตมาก อินเทอร์เน็ตก็คงคือโลกทั้งใบหรือเกือบทั้งใบของคนๆนั้น เช่นเดียวกับบางคนที่มีโลกทั้งใบ กับ ธรรมชาติ สวน ต้นไม้ใบหญ้า และ สิ่งที่เขารักผูกพัน สิ่งนั้นก็เป็นโลกของเขา เรากำหนดโลกของเราขึ้นมาตามแรงโน้มถ่วงที่นำพาชีวิตเราเข้าไปผูกพันกับสิ่งนั้น   อินเทอร์เน็ต เป็นทั้งสื่อหรือพื้นที่สาธารณะในสังคม ที่มีสภาพเป็นสายใยแมงมุมจริงๆ ตามปรัชญาของการสื่อสารมวลชน (Web of human society) เพราะเทคโนโลยีมันช่วยเชื่อมเราให้ถึงกันหมดอย่างมีประสิทธิภาพกว่าสื่ออื่นๆ

    ในขณะเดียวกัน อินเทอร์เน็ต ก็เป็นทั้งโลกที่อบอุ่น ผจญภัย สนุกสนาน ลึกลับ ซาบซึ้ง ฯลฯ ของคนแต่ละคน รัฐในฐานะที่เป็นรัฐก็พยายามที่จะเข้ามากำกับดูแล อินเทอร์เน็ต ทั้งในฐานะที่เป็นสื่อใหม่ และ ในฐานะที่เป็นโลกของพลเมือง ความลงตัวจะอยู่ตรงไหนมันก็เป็นการชักกะเย่อกันระหว่าง พละกำลังของรัฐและพลเมือง เพราะ ทั้งนี้ทั้งนั้น อินเทอร์เน็ต คือสิ่งที่ทำให้ธรรมชาติลึกสุดของมนุษย์ คือการแสดงออก ได้สื่อสารออกมา เต็มที่มากขึ้นได้คุยกันมากขึ้น ในหลายเรื่อง ในทุกๆเรื่อง ไม่มีเรื่องอะไรถูกห้ามสื่อสารได้

    เพราะเมื่อเรา connect เข้าสู้อินเทอร์เน็ตแล้ว ต่อให้เราข่มใจสักแค่ไหน มันก็ยากจะปฏิเสธที่จะร่วมสื่อสาร ดังคำที่ว่า We cannot not communicate. โดยแท้จริง เพราะทำให้เราอยากจะสื่อสารกันตลอดเวลา แต่แน่นอนที่สุด ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นเช่นนั้น กลุ่มคนที่ยังปฏิเสธ สงวนตัวไม่เข้าไปสู่พื้นที่และโลกของอินเทอร์เน็ตมากก็ยังมีจำนวนมาก แต่ทุกคนในโลกนี้ก็ยังต้องสื่อสารกันไม่ทางใดทางหนึ่งกันต่อไป ทางใดจะดีกว่ากันหรือไม่ หรือไม่ดีอย่างไร ไม่มีคำตอบสมบูรณ์แบบ

    ในทางปัจเจกอยู่ที่คำตอบของแต่ละคน ส่วนในทางสังคม ก็ต้องถกเถียงกันต่อไปว่า อยู่ที่เราหรืออยู่ที่ใครจะกำหนดความพอดีในการสื่อสาร

    ทั้งนี้ ความพอดีของสังคมมีไหม หรืออยู่ตรงไหนกัน? ใครตอบได้ช่วยตอบที

    (I just wrote about the informal discussion hosted by Thai Netizen Network on ‘Internet isn’t it your world?’ -  An English version shall be written later :))

    อันนี้เป็นการรรายงานข่าวจาก ไทยรัฐออนไลน์  “พลเมืองเน็ตถกปัญหาโลกออนไลน์ รับมืออนาคต”

    http://www.thairath.co.th/content/tech/18968

    Tags: , , ,
  • scissors
    July 11th, 2009supinyaCyber-liberty, Events, Thai Netizen Network

    Is Internet causing you happy or unhappy?

    Let’s share at “Internet isn’t it your world? http://thainetizen.org/node/596

    Tags: , ,
  • scissors

    วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม นี้ ทางเครือข่ายพลเมืองเน็ตจะจัดกิจกรรม คุยไปกินไป #2

    ว่าด้วยการแลกเปลี่ยนเรื่อง “อินเทอร์เน็ตคือโลก”  (หรือ โรค (ติดต่อ) กันนะ?)

    ที่ตั้งหัวข้อเช่นนี้ เพราะ คุณอาท - อาทิตย์ หรือ ฉายา @bact ใน Twitter เจ้าของความคิดเป็นคนตั้งคำถามชวนให้คิดแบบสงสัย ว่าอินเทอร์เน็ตที่เรามักคุ้นหูว่าเป็น สื่อใหม่ (new media) แท้จริงแล้ว อินเทอร์เน็ตเป็นสื่อ หรือเป็นส่วนขยายของโลกใบที่เราอยู่กันแน่ หรือจะเป็นโลกอีกใบ หรือ เป็นโลกที่ซ้อนทับกัน เหมือนความเป็นพลเมืองเน็ต ที่ ดร.เกษียร เตชะพีระ อาจารย์ด้านรัฐศาสตร์เคยเขียนบทความถึงพลเมืองในโลกอินเทอร์เน็ตว่า หลายครั้ง สภาวะ นิรนามก็ทำให้ พลเมืองในโลกที่ ออฟไลน์ กับโลกที่ออนไลน์นั้นแตกต่างกันในการแสดงตัวตน ความคิด และจุดยืน ดังคำที่เรียกว่า Double-life netizen

    อินเทอร์เน็ตเป็นสื่อใหม่ที่สร้างทางเลือกให้กับการรับรู้ข้อมูลข่าวสารและการแสดงออกของพลเมืองขณะเดียวกันก็เป็นโลกส่วนขยายออกมาให้มนุษย์กับมนุษย์นั้นได้สื่อสารกันอย่างหลากหลายวิธีการ ง่ายดาย สะดวก รวดเร็วยิ่งขึ้น ราวกับเป็นสายใยของแมงมุมที่เชื่อมเราถึงกันหมด  การคุยในพื้นที่อินเทอร์เน็ตบางครั้งก็เป็นพื้นที่สาธารณะ หลายครั้งก็เป็นการคุยในมุมส่วนตัวเหมือนอยู่ในห้องนั่งเล่น แต่ก็เปิดให้คนทั่วไปเข้าไปรับรู้ได้ สิ่งนี้ทำให้อินเทอร์เน็ต ถูกจัดการยากในมุมมองของรัฐ แต่ท้ายที่สุดรัฐก็พยายามเข้ามาจัดการด้วยกระบวนทัศน์แบบเดิมๆอยู่ดี เพราะถือว่าเป็นการสื่อสารที่เป็นสาธารณะ กระทบหรือท้าทายต่อวิธีคิดที่สะสมมาโดยอำนาจรัฐ

    ยกเว้นเราจะคุยกันในพื้นที่ส่วนตัวจริงๆ เช่นบ้าน ในห้องนอน หรือ ในร้านกาแฟ เฉพาะเพื่อนที่เราสนิท อำนาจรัฐยังเอื้อมไปไม่ถึง แต่เมื่อไหร่ที่เราออนไลน์ อำนาจรัฐก็เอื้อมมือมาจัดการเราแม้กระทั่งเขียนและอ่านผ่านคอมพิวเตอร์อยู่ในห้องนอนก็ตาม

    การคุยเสียงดังในร้านอาหาร หรือ บนเวทีปราศรัย ในเรื่องที่ทำให้รัฐไม่พอใจก็คงเหมือนการคุยกันบนอินเทอร์เน็ตที่รัฐต้องสยายปีกแห่งอำนาจเข้ามาจัดการอย่างเข้มงวด ทั้งที่หลายครั้งมันไม่สอดคล้องกับธรรมชาติของสื่ออินเทอร์เน็ตและอาจละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานได้

    อย่างไรก็ดีพื้นที่การสื่อสารในสื่อ/โลกอินเทอร์เน็ตนี้ก็มีหลายด้านเสมอ ความล้นเกินของการใช้เสรีภาพที่ไม่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่นก็ก่อผลทางทำลายมากกว่าทางสร้างสรรค์  แต่ใครล่ะ จะเป็นคนกำหนดกติกาที่ดี เหมาะสม เป็นธรรมเพื่อที่จะดูแล พื้นที่แห่งนี้ ไม่ว่าจะในฐานะที่อินเทอร์เน็ต เป็นสื่อใหม่ หรือ เป็นโลกก็ตาม

    ข้าพเจ้าเองก็เริ่ม ติดโรค/โลกอินเทอร์เน็ตมากขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดก็เพิ่งเรียนรู้การใช้ social media/network ใหม่ๆอย่าง Twitter ซึ่งกำลังอินเทรนด์ หลังจากที่ได้เปิด account ใน Facebook ไปนานหลายเดือนแล้ว รวมถึงการเขียน Blog ที่กำลังทำอยู่นี้

    วันๆใช้เวลากับ คอมพิวเตอร์ไม่น้อยกว่าการได้ ส่งสายตา พูดคุย หรือ สัมผัสกับผู้คนจริงๆ

    บางวันอาจจะอยู่กับคอมพิวเตอร์มากกว่าก็ได้ รู้สึกหลัง ไหล่ บ่าตึง ปวดตามากขึ้นเหมือนกัน ที่สำคัญรู้สึกว่า การได้สบตาจริงกับผู้คนนั้นใช้เวลาน้อยลงกว่าเดิมมาก การได้สลับออกไปเจอผู้คน และ นั่งคุยกันจริงๆในร้านกาแฟ สวนสาธารณะ ในวัดหรือสถานที่ปฏิบัติธรรมบ่อยๆ ช่วยถ่วงดุลยภาพชีวิตของข้าพเจ้าได้ดีขึ้น จึงพยายามทำเช่นนั้นบ่อยๆขึ้น

    สุดท้ายคอมพิวเตอร์ และ อินเทอร์เน็ต แม้จะสามารถเติมเต็มหลายอย่างให้กับชีวิต จนแทบอาจไม่ต้องร้องหาอะไรอีก แต่คอมพิวเตอร์ ก็คือคอมพิวเตอร์ จะทำงาน หรือ เล่นด้วยกับสิ่งไม่มีชีวิต ที่บรรจุความมีชีวิตชีวาไว้เต็มเปี่ยมไร้พรหมแดนนี้ ก็คงไม่มีวันตอบสนองการสื่อสาร ขั้นลึกซึ้ง ที่มนุษย์ พึงจะมีเพื่อที่จะเข้าใจตนเองและผู้อื่นอย่างที่ควรจะเป็นได้ เพราะการสื่อสารที่ดี คือการ สบตา และ ฟังอย่างลึกซึ้ง รวมถึงรอยยิ้ม การโอบกอดสัมผัส ถ้าคนที่เราสื่อสารด้วยต้องการ ไม่ใช่ เพียงแค่รับได้จากรูป icon ต่างๆที่ส่งผ่านคอมพิวเตอร์ก็พอ

    เพื่อที่เราจะบอกคนที่เราสื่อสารว่า เราอยู่ที่นี้เดี๋ยวนี้ ณ ปัจจุบันขณะที่เป็นเวลาประเสริฐสุดสำหรับมนุษย์ที่จะมีสติกับตัวเองได้ และได้รับกำลังใจ ลมหายใจเท่านั้นที่จะทำให้เรามีสติเช่นนี้ได้ และเป็นสิ่งที่คอมพิวเตอร์หรืออินเทอร์เน็ต คงไม่สามารถให้เราได้

    การอยู่กับคอมพิวเตอร์ทำให้เวลาผ่านไปเร็วมาก จนหลายครั้งแทบจะไม่สนใจอย่างอื่น ข้อดีคือทำให้คุยโทรศัพท์น้อยลง ไม่ปวดหูมาก แต่เมื่อยแขนแทน  ข้อเสียคือ เวลาสำหรับการพูดคุยอย่างลึกซึ้งกับมนุษย์ด้วยกัน นั้นน้อยลงไป

    แม้จะรู้ทั้งรู้ แต่การจะตีตัวออกห่างจาก (โลก) อินเทอร์เน็ต ในเวลานี้ของข้าพเจ้า ย่อมไม่อาจเป็นไปได้เสียแล้ว มีแต่จะลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น คงไปเรื่อยๆ สักพัก จนกว่า ข้าพเจ้าจะค้นพบเองว่า สัดส่วน จังหวะ และ ปริมาณขนาดไหนที่จะเหมาะสมกับชีวิตของตนเอง

    ในขณะเดียวกับเราก็ต้องทำความเข้าใจกับรัฐมากขึ้น ให้ตระหนักว่าการจะพยายามหยุดยั้งการสื่อสารของมนุษย์มันฝืนธรรมชาติ เสรีภาพคือสิ่งที่ธรรมชาติให้มนุษย์มาเพื่อที่จะ คิด ตั้งคำถาม ตัดสิน ทบทวน ด้วยวิจารณญาณของตัวเอง  ส่วนกติกาที่จะอยู่ร่วมกันนั้นก็ต้องดูว่าหนทางที่จะสร้างดุลยภาพระหว่างการเคารพธรรมชาติของมนุษย์แต่ก็ส่งเสริมความรับผิดชอบและการใช้วิจารณญาณของพลเมืองน่าจะเป็นวิธีสร้างสรรค์สุดแล้วสำหรับสังคมมนุษย์โดยเฉพาะสังคมไทยทั้งในระยะสั้นและระยะยาว   การเปิดกว้างและการปิดกั้น ต้องมีทางสายกลางของมัน ถ้าตึงเกินไป มันก็จะขาดในที่สุด หรือถ้าหย่อนเกินไปอย่างน้อยเราก็ค่อยๆดึงให้ตึงขึ้นได้ สุดท้าย ย่อมดีกว่าขาดไปเลย

    เอาเป็นว่าตั้งใจจดจ่อที่จะไปคุยเรื่องนี้ในงานคุยไปกินไปกับ กัลยาณมิตร พลเมืองเน็ตทุกคนวันเสาร์ที่สิบเอ็ด ถ้าท่านใด สนใจงานนี้ โปรดติดตามรายละเอียดได้ที่ http://thainetizen.org/node/596

    แล้วเจอกันค่ะ

    I mentioned about the invitation to the informal discussion hosted by Thai Netizen Network on the topic “Internet is the world?” (not only the media?) in July, Sat 11th, 3-6 PM at Hemlock, Pra-Athit street, Bangkok www.thainetizen.org

    อันนี้เป็น  My Facebook และ Twitter

    http://twitter.com/supinya

    http://www.facebook.com/supinya

    ^-^


    Tags: , , , ,
  • scissors

    Various clips on civil journalism edited from the workshop conducted  by Suzanne McBride, Associate Chair, Journalism Department, Columbia College Chicago, The United States. The workshop hosted by Thai Netizen Network and supported by the Public Affairs, U.S. Embassy in Thailand in June 17th, 2009 at Siam City Hotel.

    There are 5 parts; lecture1, Q&A1, lecture2, Q&A2, interviews.

    May you make best use of these video clips freely, please kindly refer to Thai Netizen Network. :D

    http://thainetizen.org/


    วิดีโอบันทึกงานฝึกอบมรมเรื่องสื่อพลเมือง

    โดย ซูซานน์ แม็คไบรด์ (Suzanne McBride) รองคณบดีคณะวารสารศาสตร์ วิทยาลัยโคลัมเบีย ณ เมืองชิคาโก้ สหรัฐอเมริกา

    ในวันที่ 17 มิถุนายน 2552 เวลา 09.00 น. - 16.00 น.

    ณ โรงแรมสยามซิตี้ จัดโดย เครือข่ายพลเมืองเน็ต สนับสนุนโดย สถานฑูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย

    ทุกท่านสามารถเผยแพร่ หรือ นำ วิดีโอนี้ไปใช้เพื่อประโยชน์โดยไม่แสวงหากำไร ในการศึกษา รณรงค์ เรื่องสื่อพลเมือง โดยไม่ต้องขออนุญาต ขอเพียงอ้างแหล่งทีมาจากเครือข่ายพลเมืองเน็ตด้วยค่ะ :D

    http://thainetizen.org/

    Tags: ,
  • scissors
    June 13th, 2009supinyaEvents, Politics

    Excited to moderate this panel, which the panelists are PAD&UDD’s leaders.

    กำหนดการ โครงการสัมมนา

    คนรุ่นใหม่ กับการให้การศึกษาทางการเมือง(Civic Education)”

    14 มิถุนายน 2552
    ณ โรงแรมแม็ก ถนนพระราม 9 กรุงเทพฯ

    (Maxx Hotel Bangkok 288 Rama 9 Road)

    จัดโดย ศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อประชาธิปไตย(YPD)

    และมูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท(FES)

    13.00-13.30 น.                    ลงทะเบียนการผู้เข้าร่วมการสัมมนา

    13.30-13.45 น.                    กล่าวเปิดงาน พร้อมฉายวีทีอาร์ (VTR)

    โดย ศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อประชาธิปไตย (YPD)

    และมูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท (FES)

    13.45-14.15 น.                    นำเสนอ ข้อเสนอของเยาวชน

    จากการสัมมนา คนรุ่นใหม่ กับการให้การศึกษาทางการเมือง(Civic Education)”

    1.สถานการณ์ปัญหาอุปสรรคของสังคมไทย ต่อกระบวนการ Civic Education

    2.แผนงาน Civic Education ของเยาวชน

    14.15-15.00 น.                    เวทีเสวนาทัศนะวิจารณ์แผนงานเยาวชน และความสำคัญในสถานการณ์ปัจจุบัน

    ต่อกระบวนการสร้าง Civic Education เพื่อพัฒนาประเทศไทย

    ร่วมเสวนา โดย    รศ. ดร. พฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์         สภาพัฒนาการเมือง

    พิภพ ธงไชย พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

    ผศ. จรัล ดิษฐาอภิชัย แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ

    15.00-16.15 น.                    เยาวชนและผู้เข้าร่วมฟังเวทีเสวนา ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและคำถาม


    ผู้ดำเนินรายการ   สุภิญญา กลางณรงค์           รองประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ

    16.15-16.30น.                     สรุปและปิดการสัมมนา

    สอบถามรายละเอียดที่ 081-455-5928, 089-927-2234


    ……………………


    I am glad indeed to moderate this political event tomorrow afternoon at the Maxx Hotel though I feel a lot excited since  two panelists are Mr.Pipbop Thongchai, PAD’s leader and Mr.Jaran Ditthaabhichai, UDD’s. They were  close friend and colleague before the political turning point in September 2006.


    Both of them are senior activists whom I do always respect especially Mr.Pipbop who was helping to establish Campaign for Popular Media Reform (CPMR) in 2001. He was one of  my great mentors and advisers in political activities, until nowadays he is like my senior relative though we rarely meet and talk to each other.


    I am nervous to moderate this event but I believe the discussion will be fruitful.

    I feel honored to do this role too.For me, politics could not ruin true friendship, compassion can ease confrontation.

    Tags: , ,
  • scissors

    เครือข่ายพลเมืองเน็ต ขอเชิญท่านที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมการบรรยายและการอบรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ

    **”สื่อพลเมือง”**

    โดย ซูซานน์ แม็คไบรด์ (Suzanne McBride) รองคณบดีคณะวารสารศาสตร์ วิทยาลัยโคลัมเบีย ณ เมืองชิคาโก้ สหรัฐอเมริกา

    ในวันที่ 17 มิถุนายน 2552 เวลา 09.00 น. - 16.00 น.

    ณ ห้องรัตนโกสินทร์ โรงแรมสยามซิตี้
    โดยมีเนื้อหาดังนี้

    - หลักการของความเป็นสื่อพลเมือง
    - เครืองมือในการสร้างสรรค์ของนักข่าวพลเมือง
    - จริยธรรมและความรับผิดชอบของสื่อพลเมือง
    - ความเสี่ยงทางกฏหมายในการเขียนบล็อก และความเสี่ยงของบล็อกเก้อร์
    - องค์ความรู้ว่าด้วยเรื่องสื่อที่เกิดขึ้นใหม่
    - การจัดการดูแล และการสร้างชุมชนออนไลน์ให้เติบโต
    - หัวข้อที่น่าสนใจอื่น ๆ

    กิจกรรม นี้ได้รับการสนับสนุนวิทยากรและการอบมรมจากฝ่ายข้อมูลข่าวสารสาธารณะของสถาน ฑูตประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นกิจกรรมที่มีที่นั่งจำกัด **จำนวน 35 ที่นั่ง** เฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนร่วมกิจกรรมล่วงหน้าเท่านั้น

    ท่านที่สนใจ สามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ freethainetizen AT gmail.com

    **การอบรมครั้งนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ**

    เครือข่ายพลเมืองเน็ตจะปิดรับการแจ้งการลงทะเบียนรอบแรก  **ภายในวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2552**

    *หมายเหตุ: การบรรยายจะดำเนินเป็นภาษาอังกฤษ โดยจะมีล่ามแปลเป็นภาษาไทยตลอดการอบรม*

    ——

    Thai Netizen Network would like to invite you to a workshop on

    **”Civil Journalism”**

    conducted by Suzanne McBride, Associate Chair, Journalism Department, Columbia College Chicago, The United States

    on 17 June 2009, 09.00 - 16.00,

    at Rattanakosin Room, Siam City Hotel.
    The workshop consists of the following topics:

    - Principles of Citizen Journalism
    - Tools for Citizen Journalists
    - Ethics and Responsibilities for Citizen Journalists
    - Legal Risks to Blogging
    - Insight into Emerging Media
    - Managing and Growing Communities Online

    This workshop is organized by the contribution from Public Affairs, U.S. Embassy in Thailand therefore it is

    **free of charge**.

    The workshop is limited for only **35 seats** and Thai Netizen Network is opening for registration from now on **until 8 June 2009**.

    Please send a registration e-mail to freethainetizen AT gmail.com.

    Tags: , ,
  • scissors
    May 18th, 2009supinyaEvents, Politics, Uncategorized

    Today , May 17th, may17cr-hearing-3

    17 years ago, it was important day for political incident in Thailand. May I join the others to commemorate the Black May 1992 and convey my tribute to all late heroes and the disappeared ones who sacrificed their lives to protect Thai democracy. Also my respect to the relatives of all heroes which every year have to come to Suan Santiporn at Ratchadamneun Avenue on 17th May to keep the memory of this incident and the heroes survived.
    This year the relatives have expected to hear good news for the progress of the establishment of May 1992 Memorial which is just about to be constructed.

    Last Sunday on May 10th, I joined the panel discussion on the topic ‘The Lesson-learned from Black May 1992′.

    From this event, I was touched by the speech of Ms.Pratabjit Neelapaijit, the daughter of missing human-rights lawyer Somchai Neelapaijit who was abducted several years ago and still the missing person.

    Pratabjit said in the panel that ‘Actually I do not know how to share opinion on this topic since Thai society has never ever attempted to make any lesson from any  incident, therefore we could not assume that we have yet had any lesson to learn from this incident since the history is not yet revised.’  Indeed, it’s unfinished business, truth yet prevail. How could we have a lesson?

    Mr.Adul Kiewboriboon, chair of the May 1992 Committees of Heroes Relatives, spoke on that day that “We can forgive but we never and will not forget, we still tirelessly seek for the truth, we never blamed the military, we just want to get the bones of our loved ones back, we just want to know where they are?”

    17 years gone, all of missing heroes would been dead but that is not important for them now,
    for the suffering relatives, only the truth about the missing ones will liberate them from pain and unresolved feeling.

    Impunity! impunity! impunity! impunity! that’s always the tradition in Thailand isn’t it? Why? No such power-holders have to take responsibility for the missing, killed and injured victims happened by/for political cause?

    On Tuesday May 19th, Prime Minister, Abhisit Vejjajiva, was submitted a letter of request by the May 1992 Committees of Heroes’ Relatives on the matter of the container found in the Cholburi Sea, the relatives wanted the Government to investigate the truth; what are in the mysterious container?  That’s all. They do not want something else even an apology if the assumption is proved true.

    Long long time, there have been rumors that the fishermen who have found somethings related to the bodies of human being around the container under the sea. These rumors connected to the assumption that the container was thrown into the sea by the military after the anti-dictatorship protesters shot dead during the uprising in May 1992. No one could prove this rumor for 17 years.

    To simply solve this mystery, why is it too difficult to get the answer if the bones of heroes are in there?

    It is absolutely worthy and meaningful to find.  Lot of budget to be spent?  No it is never too much to revise the history of Black May which more than 300 victims made disappeared NOT only 30-40 as claimed by Thai Government.

    But what I heard today is not encouraging  because  Prime Minister spoke on TV show saying that ‘container not related to May 1992 bloodshed’ (see news in http://www.nationmultimedia.com/news/30102846/PM-says-container-not-related-to-May-1992-bloodshe)

    This statement would have made hope of all relatives quickly gone once again.
    Before finalizing it, why should not we prove it first?

    Media should be urged to keep asking authorities questions on this mission.

    We do not have anything to be afraid of , truth is not such thing we have to fear for, is it?

    How long we are still kept with so the secret and undisclosed stories?
    How can we move forward without revise and make it as real history?
    Let’s finish it each one. Do not let the unfinished history haunting us again and again.
    Please just get it off the sea or go deep to the bottom and show us what are in there.

    If there are really the bones of human beings to be found, no matter they were heroes or not, please do not let them drowned in there forever.


    may17cr-hearing-2may17cr-hearing-5may17cr-hearing-7may17cr-hearing-11

    Tags: ,
  • « Older Entries