<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Blog : www.supinya.com &#187; จับตาวาระ กสท</title>
	<atom:link href="http://www.supinya.com/tag/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0-%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%97/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.supinya.com</link>
	<description>สุภิญญา  กลางณรงค์</description>
	<lastBuildDate>Wed, 28 Jul 2021 02:39:31 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.4</generator>
		<item>
		<title>กสท. เตรียมถกเรื่องจ่ายค่าธรรมเนียม แอนะล็อก ดิจิตอล เพื่อสร้างการแข่งขันที่เท่าเทียมกัน</title>
		<link>http://www.supinya.com/2015/11/6980/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=6980</link>
		<comments>http://www.supinya.com/2015/11/6980/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 15 Nov 2015 05:35:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[จับตา...เรื่องสำคัญ]]></category>
		<category><![CDATA[ทีวีดิจิตอล...วาระประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[จับตาวาระ กสท]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.supinya.com/?p=6980</guid>
		<description><![CDATA[กสท.38/58 วันัจนทร์ 16 พ.ย. 58]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.supinya.com/wp-content/uploads/2015/11/PageNBC582.jpg" rel="lightbox[6980]"><img class="aligncenter size-full wp-image-6981" title="PageNBC58" src="http://www.supinya.com/wp-content/uploads/2015/11/PageNBC582.jpg" alt="" width="800" height="600" /></a></p>
<p align="center"><strong>จับตาวาระ กสท. </strong><strong>ถกเรื่องจ่ายค่าธรรมเนียม แอนะล็อก ดิจิตอล เพื่อสร้างการแข่งขันที่เท่าเทียมกัน</strong></p>
<p>การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) ครั้งที่ 38/2558 วันจันทร์ที่ 16 พ.ย. นี้ นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า มีวาระการประชุมน่าจับตาได้แก่ การพิจารณา(ร่าง)ประกาศ กสทช. เรื่อง ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียง หรือกิจการโทรทัศน์ (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ. &#8230;. มีสาระสำคัญในการกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปีอัตราใหม่แบบก้าวหน้าแนบท้ายในร่างประกาศ โดยเบื้องต้นกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตดิจิตอลทีวีประเภท สาธารณะ ชุมชน ธุรกิจ ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปีอัตราร้อยละ 0.01 เป็นเวลา 4 ปี ซึ่งนางสาวสุภิญญา กล่าวเพิ่มเติมในประเด็นสำคัญนี้ว่า จะทำให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมระหว่างรายเดิมกับรายใหม่ และเป็นแรงจูงใจให้ช่องทีวีแอนะล็อกรายเดิม (ช่อง 3 ช่อง7) จะตัดสินใจยุติแอนะล็อกเร็วขึ้นด้วย เพราะถ้ามีความได้เปรียบเสียเปรียบมากเกินไปมันจะกระทบต่อการแข่งขันที่จะอยู่ในระนาบเดียวกันทั้งรายใหม่และรายเดิม ในรายละเอียดค่อนข้างซับซ้อน คงต้องรอกรรมการกสท.ถกกันถึงข้อสรุปเรื่องนี้</p>
<p><em>“เหตุผลหลักเพราะว่าทุกวันนี้ รายเดิมในระบบแอนะล็อกได้รับความคุ้มครองจากการตีความของคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่ต้องจ่ายธรรมเนียมร้อยละ </em><em>2 ให้สำนักงานกสทช. เพราะฉะนั้นถ้าแบ่งรายได้มาอยู่ที่แอนะล็อกก็จะจ่ายค่าธรรมเนียมน้อยกว่าความเป็นจริง ในขณะที่รายใหม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเต็มเพราะเป็นใบอนุญาตในระบบดิจิตอล ตรงนี้เป็นช่องว่างกันอยู่ของต้นทุนทั้งรายเดิมและรายใหม่ที่จะต้องจ่ายกลับคืนมาให้รัฐ แต่อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นแรงจูงใจให้กับรายเดิมในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิตอลทีวีให้กับรายเดิมเร็วยิ่งขึ้น ก็อาจจะต้องกลับมาพิจารณาเรื่องค่าธรรมเนียม ซึ่งเรื่องนี้กรรมการต้องพิจารณาข้อเสนอจากอนุค่าธรรมเนียมฯอย่างละเอียดรอบคอบตัดสินใจบนฐานผลประโยชน์สูงสุดของอุตสาหกรรมเพื่อการแข่งขันเสรีเป็นธรรมอย่างแท้จริง”</em> สุภิญญา กล่าว</p>
<p>นอกจากนี้มีวาระคณะอนุกรรมประเมินมูลค่าคลื่นความถี่ฯ มีข้อเสนอวิธีการคำนวณสัดส่วนการเข้าถึงโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล(รวมถึงผ่านแพลตฟอร์ม เคเบิ้ล และดาวเทียม(Must Carry)) และการแจกแจงรายได้ระหว่างบริการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบแอนะล็อกและระบบดิจิตอลเพื่อให้ผู้ที่มีการออกอากาศเนื้อหาเดียวกันในระบบดิจิตอลและแอนะล็อกถือปฏิบัติ รวมทั้งได้เสนอวิธีการแจกแจงรายได้ระหว่างบริการโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิตอลและแอนะล็อก ดังนี้</p>
<p><em>รายได้โทรทัศน์ภาคพื้นดิน </em><em>=รายได้จากการประกอบกิจการระบบดิจิตอลแอนะล็อกที่มีเนื้อเดียวกันรวมทั้งปี X สัดส่วนระดับการเข้าถึงโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลตามที่กำหนด</em></p>
<p>โดยสำหรับในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2557 ให้ใช้สัดส่วนระดับการเข้าถึงโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลและวีการแจกแจงรายได้ระหว่างบริการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลและแอนะล็อกตามที่ผู้รับใบอนุญาตเสนอ</p>
<p>วาระการประชุมที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภคน่าสนใจจับตาได้แก่ สถานีวิทยุกองทัพบก ช่อง 5 ซึ่งมีสิทธิประกอบกิจการโทรทัศน์ ตามเฉพาะกาล มาตรา 74 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 ได้มีการโฆษณาที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายภายใต้การกำกับของสำนักงานคณะกรมการอาหารและยา(อย.) และอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำอันอาจเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค ตามประกาศ กสทช. ซึ่งหากมีการฝ่าฝืนจริงจะต้องยุติการออกอาอากาศโดยทันที หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งจะได้รับโทรปรับทางปกครอง ไม่เกิน 1,000,000 บาท และปรับอีกวันละไม่เกิน 100,000 บาทตลอดระยะเวลาที่ยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่งและกฎหมายที่กำหนด</p>
<p>วาระอื่นๆ คณะอนุกรรมการคุ้มครองบริโภคฯได้เสนอให้ กสท.เพิ่มเงื่อนไขการจัดทำแนวปฏิบัติ หลักเกณฑ์การจัดให้มีการกลไกการรับและพิจารณาเรื่องร้องเรียนโดยผู้รับใบอนุญาตในกิจการ เป็นส่วนหนึ่งของเงื่อนไขใบอนุญาตของผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล และผู้รับใบอนุญาตโครงข่ายประกอบกิจการโทรทัศน์ ไม่ใช้คลื่นความถี่  รวมทั้งจะมีการพิจารณาร่างประกาศสำนักงาน กสทช. เรื่อง การกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ตามข้อ 5 (12) &#8230;ติดตามผลการประชุมทั้งหมดในวันจันทร์นี้&#8230;</p>
<div style="float: right; margin-left: 10px;"><a href="http://twitter.com/share?url=http://www.supinya.com/2015/11/6980/&via=supinya&text=กสท. เตรียมถกเรื่องจ่ายค่าธรรมเนียม แอนะล็อก ดิจิตอล เพื่อสร้างการแข่งขันที่เท่าเทียมกัน&related=:&lang=en&count=horizontal" class="twitter-share-button">Tweet</a><script type="text/javascript" src="http://platform.twitter.com/widgets.js"></script></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.supinya.com/2015/11/6980/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สุภิญญาค้านนำเงินรัฐจ่ายชดเชยค่าคืนคลื่นในร่าง กม.ใหม่ หากแก้ไขต้องดีกว่าเดิม</title>
		<link>http://www.supinya.com/2015/07/9763/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=9763</link>
		<comments>http://www.supinya.com/2015/07/9763/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 12 Jul 2015 04:17:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[จับตา...เรื่องสำคัญ]]></category>
		<category><![CDATA[จับตาวาระ กสท]]></category>
		<category><![CDATA[ร่างพรบ.กสทช]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.supinya.com/?p=6479</guid>
		<description><![CDATA[....]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.supinya.com/wp-content/uploads/2015/07/nbc1.jpg" rel="lightbox[6479]"><img class="aligncenter size-full wp-image-6480" title="nbc" src="http://www.supinya.com/wp-content/uploads/2015/07/nbc1.jpg" alt="" width="800" height="600" /></a></p>
<p align="center"><strong>สุภิญญา</strong><strong>ค้านนำเงินรัฐจ่ายชดเชยค่าคืนคลื่นในร่าง กม.ใหม่<br />
ส่วนคุณสมบัติ/ความเป็นอิสระ/อำนาจหน้าที่/การตรวจสอบควรยืนตามกฎหมาย</strong><strong>ปัจจุบันหรือต้องดีกว่าเดิม</strong></p>
<p>นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 ก.ค. ที่ผ่านมาได้รับแจ้งจากสำนักงานในช่วงเช้าว่าจะมีการประชุม กสทช.นัดพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม(ฉบับที่&#8230;) พ.ศ. &#8230; หรือ ร่าง พรบ. กสทช. ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ทำหนังสือด่วนลงวันที่ 3 ก.ค.ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องแจ้งยืนยันภายในวันที่ 10 ก.ค. แต่ตนไม่สามารถเข้าร่วมการประชุมได้เนื่องจากติดภารกิจในการติดตามความคืบหน้าการขยายโครงข่ายภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลจึงได้ส่งความเห็นไปยังเลขาธิการ กสทช. เพื่อดำเนินการต่อไปโดยคาดว่าเร็วๆนี้ จะมีการนำเสนอคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติดำเนินการต่อไป</p>
<p>นางสาวสุภิญญา กล่าวว่า <strong>ร่างพรบ. กสทช.ที่ได้เสนอมานั้น มีหลายเรื่องสำคัญที่ตนเห็นว่าควรยืนตาม พรบ. กสทช.ฉบับเดิมที่ใช้อยู่ปัจจุบัน ได้แก่ ประเด็น องค์ประกอบของกรรมการ กสทช.</strong> <strong>คุณสมบัติ คณะกรรมการสรรหาและการดำเนินการคัดเลือก</strong> เนื่องจากการปรับเปลี่ยนองค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหาใหม่ทั้งหมดพบว่า ไม่ได้เป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ หรือกิจการโทรคมนาคม อีกทั้งตัวแทนจากองค์กรอิสระที่จะดำเนินการสรรหา กสทช. อย่างเช่น ปปช. หรือ คตง. มีภารกิจหลักในฐานะที่เป็นผู้ตรวจสอบ กสทช. อยู่แล้ว  รวมทั้ง<strong>หลักความเป็นอิสระของหน่วยงานกำกับดูแล</strong> กฎหมายฉบับใหม่กำหนดว่า ในกรณีที่มีปัญหาว่าการดำเนินการของ กสทช. สอดคล้องกับนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมหรือไม่ ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเสนอคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเพื่อวินิจฉัยชี้ขาด ตนเห็นว่า บทบัญญัตินี้ขัดกับหลักความเป็นอิสระของหน่วยงานกำกับดูแลโดยสิ้นเชิง เนื่องจากเป็นการเปิดโอกาสให้คณะกรรมการดิจิทัลฯ สามารถปรับปรุงแก้ไขแผนและนโยบายของหน่วยงานกำกับดูแลได้ ซึ่ง พ.ร.บ.ฉบับปัจจุบันได้กำหนดให้ กสทช.ต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา <strong>ด้านการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่</strong> ซึ่งยังคงการคัดเลือกโดยวิธีการประมูล แต่ได้เพิ่มหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการประมูลต้องคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะ และประโยชน์ที่ผู้บริโภคจะได้รับ โดยจะคำนึงถึงจำนวนเงินที่เสนอให้แต่เพียงอย่างเดียวมิได้ ซึ่งการเขียนข้อยกเว้นไว้ในลักษณะนี้ อาจเป็นการเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจและจัดสรรคลื่นด้วยวิธีคัดเลือกคุณสมบัติ อันจะก่อให้เกิดปัญหาเรื่องความโปร่งใสตามมา <strong>ประเด็นกลไกตรวจสอบ กสทช</strong><strong>.</strong> ตนเห็นว่าที่มาและองค์ประกอบของคณะกรรมการกำกับการประเมินผลการปฏิบัติงานขาดความเหมาะสม เช่น ผู้แทนจาก ปปช. หรือ สตง. เป็นหน่วยงานหรือกลไกรัฐที่มีหน้าที่ตรวจสอบการดำเนินงานของ กสทช.อยู่แล้ว อีกทั้งยังมีความคาบเกี่ยวระหว่างการเป็นกรรมการสรรหาและตัวแทนขององค์กรเหล่านี้เป็นคณะกรรมการกำกับการประเมินผลการปฏิบัติงาน นอกจากนี้กระบวนการประเมินยังมีลักษณะเป็นเพียงกลไกภายใน ซึ่งดิฉันเห็นว่ากลไกการตรวจสอบ กสทช.ควรเป็นหน่วยงานประเมินจากภายนอก (External audit) และมีการเปิดเผยผลการประเมินดังกล่าวต่อสาธารณะ</p>
<p><strong>ประเด็นการสนับสนุนการชดเชยการถูกเรียกคืนคลื่นความถี่</strong> ที่ได้มีเพิ่มเติมใหม่ นางสาวสุภิญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า การต้องใช้เงินของรัฐชดเชยหรือเยียวยาในกรณีที่ต้องนำคลื่นความถี่กลับมาจัดสรรใหม่ เป็นกรณีที่ผิดไปจากหลักการและข้อเท็จจริง เนื่องจากการเรียกคืนคลื่นความถี่ตามแผนแม่บทบริหารคลื่นความถี่ได้กำหนดกรอบเวลาในการปรับตัวไว้อย่างเพียงพอแล้ว รวมทั้งหน่วยงานรัฐต่างรับรู้แนวทางการเรียกคืนคลื่นความถี่เพื่อนำมาจัดสรรใหม่นับตั้งแต่ที่ พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรฯ ปี 2553 มีผลบังคับใช้ หน่วยงานรัฐส่วนใหญ่ถือครองคลื่นและประกอบกิจการในเชิงพาณิชย์ตลอดระยะเวลาที่ล่วงเลยมากว่า 15 ปี จึงไม่มีเหตุผลหรือความเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง ที่จะต้องนำเงินของรัฐไปจ่ายเป็นค่าชดเชยให้กับหน่วยงานของรัฐเอง<strong></strong></p>
<p><strong>ประเด็นการบริหารกิจการภายในของสำนักงาน กสทช. </strong>มีข้อสังเกตว่า ในการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ มีบางมาตราที่ประสงค์จะแก้ไขการบริหารงานของสำนักงานโดยมีความคลุมเครือในแง่เหตุแห่งความจำเป็น อาทิ มาตรา 38 ที่กำหนดให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา 60 ของพ.ร.บ.ปัจจุบัน และเสนอให้มีรองเลขาธิการ กสทช. ฝ่ายนโยบายและรองเลขาธิการฝ่ายประจำ ตามจำนวนที่ กสทช.กำหนด รองเลขาธิการ กสทช.ฝ่ายประจำต้องแต่งตั้งจากพนักงานประจำของสำนักงาน กสทช.  หรือ บทบัญญัติในมาตรา 46 วรรคสองและวรรคสาม พบว่า มีเนื้อความที่สร้างความสับสนในเรื่องการกลับเข้ามาของตำแหน่งรองเลขาธิการ กสทช. โดยให้มีฐานะเป็นพนักงานประจำของสำนักงาน กสทช. เป็นต้น<strong></strong></p>
<p><strong>ประเด็นสุดท้ายการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการปรับปรุงกฎหมาย </strong>นับตั้งแต่มีข้อเสนอในเรื่องการแก้ไขกฎหมาย กสทช. ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา พบว่า ทุกภาคส่วนมีข้อเสนอแนะ และแสดงความห่วงใยในหลากหลายประเด็น ดิฉันจึงเห็นว่าขั้นตอนของการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ควรนำความเห็นที่หลายฝ่ายได้นำเสนอไปแล้วมาพิจารณา ประกอบกับเปิดให้ทั้งภาครัฐ เอกชน นักวิชาการ องค์กรผู้บริโภค และตัวแทนภาคประชาสังคม ตลอดจนองค์กรวิชาชีพที่เกี่ยวข้องเข้ามา มีส่วนในกระบวนการพิจารณาจัดทำร่างฯ เพื่อให้เกิดความรอบคอบและประโยชน์สูงสุดต่อการจัดสรรทรัพยากรต่อไป</p>
<p>ส่วนในวันจันทร์ที่ 13 ก.ค. นี้ การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) ครั้งที่ 23/2558 มีวาระการประชุมสำคัญน่าจับตา ได้แก่ วาระการแต่งตั้งผู้ดำเนินดำเนินคดีปกครอง กรณีผู้รับใบอนุญาตช่องไทยทีวีและโลก้า ฟ้อง กสทช. โดยเมื่อวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา ศาลได้ขอให้คู่กรณีไปเจรจาหาทางออกอื่นๆต่อไป วาระการปรับปรุงประกาศ กสทช. เรื่องมาตรฐานของสัญญาการให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกมิให้ถูกเอาเปรียบจากผู้ประกอบกิจการ วาระสรุปผลการรับฟังความเห็นสาธารณะต่อแผนความถี่วิทยุและมาตรฐานทางเทคนิคสำหรับกิจการวิทยุกระจายเสียงระบบเอฟเอ็ม เอ.เอ็ม และระบบดิจิตอลส่วนตัวเห็นว่าแผนการสนับสนุนวิทยุดิจิตอลเป็นเรื่องใหญ่ที่กระทบทุกภาคส่วน ถ้าไม่อยากให้เกิดปัญหาบางอย่างซ้ำรอยทีวีดิจิตอล ควรใช้เวลาพูดคุยกับทุกภาคส่วนให้เห็นภาพร่วมกันก่อนเร่งตัดสินใจเสนอหลักการต่อบอร์ดใหญ่ และวาระอื่นๆ ติดตามผลการประชุมทั้งหมดในวันจันทร์นี้ &#8230;</p>
<div style="float: right; margin-left: 10px;"><a href="http://twitter.com/share?url=http://www.supinya.com/2015/07/9763/&via=supinya&text=สุภิญญาค้านนำเงินรัฐจ่ายชดเชยค่าคืนคลื่นในร่าง กม.ใหม่ หากแก้ไขต้องดีกว่าเดิม&related=:&lang=en&count=horizontal" class="twitter-share-button">Tweet</a><script type="text/javascript" src="http://platform.twitter.com/widgets.js"></script></div><div class="SPOSTARBUST-Related-Posts"><H3>ข่าวที่เกี่ยวข้อง</H3><ul class="entry-meta"><li class="SPOSTARBUST-Related-Post"><a title="เสนอเปลี่ยนที่มา กสทช. สรรหาโดยศาลและองค์กรอิสระ ประชาชนไม่มีส่วนร่วม" href="http://www.supinya.com/2016/09/7854/" rel="bookmark">เสนอเปลี่ยนที่มา กสทช. สรรหาโดยศาลและองค์กรอิสระ ประชาชนไม่มีส่วนร่วม</a> (7 ก.ย. 2016) </li>
</ul></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.supinya.com/2015/07/9763/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
