<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Blog : www.supinya.com &#187; New Normal</title>
	<atom:link href="http://www.supinya.com/tag/new-normal/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.supinya.com</link>
	<description>สุภิญญา  กลางณรงค์</description>
	<lastBuildDate>Wed, 28 Jul 2021 02:39:31 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.4</generator>
		<item>
		<title>นักวิชาการแนะรัฐ สร้าง digital escosystem โปร่งใสมีส่วนร่วม รองรับพลเมืองดิจิตอล</title>
		<link>http://www.supinya.com/2020/06/200602/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=200602</link>
		<comments>http://www.supinya.com/2020/06/200602/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 11 Jun 2020 02:34:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[digital]]></category>
		<category><![CDATA[New Normal]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิทัล]]></category>
		<category><![CDATA[พลเมืองดิจิทัล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.supinya.com/?p=9583</guid>
		<description><![CDATA[รับชมคลิป เปิดสถิติการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของคนไทย เหลื่อมล้ำแค่ไหน แก้อย่างไร?]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div>
<h1>นักวิชาการแนะรัฐ สร้าง digital escosystem โปร่งใสมีส่วนร่วม รองรับพลเมืองดิจิตอล</h1>
<p><a href="http://www.supinya.com/wp-content/uploads/2020/06/RoldVForum.jpg" rel="lightbox[9583]"><img class="aligncenter size-medium wp-image-9584" title="RoldVForum" src="http://www.supinya.com/wp-content/uploads/2020/06/RoldVForum-300x168.jpg" alt="" width="300" height="168" /></a></p>
<p>รับชมคลิปสรุปประเด็น</p>
<div class="youtube" style="width: 350; height: 300;"><object width="350" height="300" classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="wmode" value="transparent" /><param name="src" value="undefined" /><embed width="350" height="300" type="application/x-shockwave-flash" src="undefined" wmode="transparent" /></object></div>
<p><a href="https://www.youtube.com/watch?v=Blc7g9Jeuyk">https://www.youtube.com/watch?v=Blc7g9Jeuyk</a></p>
</div>
<div>
<div>
<h2>รมว.ดิจิทัล ยืนยัน ไทยพร้อมเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นพลเมืองดิจิทัล เสริมเครือข่าย &#8220;อาสาสมัครดิจิตอล&#8221; เชื่อมโยงประชาชนกับรัฐเข้าสู่โลกดิจิตอล</h2>
<p>เมื่อโควิด-19 ทำให้โลกอนาคตมาถึงเร็วขึ้น โลกออนไลน์กลายเป็น New Normal แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เข้าถึงโลกดิจิทัล ไม่ใช่ทุกคนที่พร้อมเปลี่ยนผ่าน ยังมีผู้คนจำนวนมากที่กำลังจะตกรถไฟขบวนนี้</p>
<p>ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย หรือ TIJ ได้ยกตัวอย่างในการประชุมทางไกล RoLD Virtual Forum : Living with COVID-19 ตอน “How to Empower Digital Citizenship in COVID-19 Era” ว่า ยังมีคนจำนวนมากเข้าไม่ถึงโลกดิจิทัล</p>
<p>จากสถิติการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (International Telecommunication Union) ที่ระบุว่า ในประเทศพัฒนาแล้ว มีครัวเรือนที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตประมาณ 87% ในประเทศกำลังพัฒนา เข้าถึงประมาณ 47% และในประเทศพัฒนาน้อย มีครัวเรือนที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตเพียงประมาณ 19% โดยประเทศไทย มีสถิติอยู่ที่ 68% ซึ่งยังดีกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งโลกที่มีสถิติการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของครัวเรือนประมาณ 55%</p>
<p>แต่ตัวเลขนี้ยังไม่ได้ระบุถึงคุณภาพในการเข้าถึงเพื่อใช้ประโยชน์อย่างแท้จริง เช่น ประเทศออสเตรเลีย ที่เป็นประเทศพัฒนาแล้ว กลับพบว่า เยาวชนอายุ 5-14 ปี ยังมีปัญหาในการเข้าถึงการศึกษาผ่านอินเทอร์เน็ต เพราะยังขาดความพร้อมทั้งบรรยากาศการเรียน เครื่องมือ รวมถึงความเร็วของอินเทอร์เน็ต</p>
<p>ทำให้ต้องกลับมาขบคิดร่วมกันว่า การที่โควิด-19 นำพาโลกดิจิทัลมาถึงเร็วขึ้น จ<strong>ะต้องมีกระบวนการร่วมกันในการพัฒนาพลเมืองดิจิทัลอย่างเป็นระบบได้อย่างไร</strong> โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ทั้งในเรื่องของการศึกษาที่มีข้อมูลว่า 25% ของนักศึกษาไทยในมหาวิทยาลัย อยู่ในครัวเรือนที่มีรายได้เฉลี่ยปีละไม่ถึง 2 แสนบาท และมีคอมพิวเตอร์ในครัวเรือนกลุ่มนี้ไม่ถึง 3% รวมทั้งในภาคแรงงานที่มีหลายอาชีพกำลังจะถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี หมายความว่า จะต้องมีการพัฒนาศักยภาพแรงงานกันอย่างเร่งด่วนเพื่อไม่ให้ตกงาน</p>
<p>นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เห็นตรงกันว่า โควิด-19 เข้ามาเป็นตัวเร่งให้ต้องนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้นอย่างรวดเร็ว และทำให้ประชาชนกลุ่มที่ไม่เคยคิดจะใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ จำเป็นต้องเรียนรู้และใช้ให้ได้ภายในเวลาอันสั้นตั้งแต่การเปลี่ยนไปทำงานที่บ้าน ซึ่งถ้ามองในแง่ดี ก็จะพบว่า ทำให้ประชาชนกลุ่มนี้เปิดใจในการเข้าสู่โลกดิจิทัล</p>
<p>นายพุทธิพงษ์ แสดงให้เห็นข้อมูลการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของประเทศไทย คือ มีการใช้โทรศัพท์มือถือ 93.39 ล้านเครื่อง ใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ย 9 ชั่วโมงต่อวัน เท่ากับศักยภาพในการเข้าถึงโทรศัพท์มือถือ สูงถึง 187% หรือ 1 คนมีโทรศัพท์มือเกือบ 2 เครื่องโดยเฉลี่ย และมีประชากร 69% เข้าถึงการค้าขายทางออนไลน์</p>
<p>แต่แม้ตัวเลขจะเป็นเช่นนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ ยอมรับว่า ยังมีคนจำนวนมากที่เข้าไม่ถึงเทคโนโลยีดิจิทัลเหล่านี้ แม้แต่ในกรุงเทพมหานคร ที่มีโครงข่ายครอบคลุมทุกพื้นที่ กำลังจะเข้าสู่เทคโนโลยี 5G ก็ยังพบประชาชน 20-30% ในชุมชนแออัดต่างๆ ไม่สามารถทำกิจกรรมต่างๆทางออนไลน์ได้ เพราะมีฐานะยากจน ไม่สามารถซื้ออุปกรณ์เหล่านี้ได้</p>
<p>และยิ่งในช่วงการระบาดของโควิด-19 ก็มีคนที่ขาดรายได้มากขึ้น ตกงาน ถูกลดเงินเดือน หรือรายได้จากอาชีพที่ทำอยู่ลดลงไปมาก เช่น คนขับแท็กซี่ รถจักรยานยนต์รับจ้าง คนกลุ่มนี้ ก็กลายเป็นกลุ่มเปราะบางต่อโลกดิจิทัลไปโดยไม่รู้ตัว</p>
<p>เมื่อพบปัญหาเช่นนี้ รัฐบาลจึงกำลังสร้าง “อาสาสมัครดิจิทัล” เป็นเครื่องมือลงไปสำรวจเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างรัฐบาลกับชุมชน นายพุทธิพงษ์ระบุ</p>
<div id="AdA_AA">
<div id="pl_21747058393_container">
<div id="pl_21747058393" data-fuse="21747058393" data-fuse-code="fuse-slot-21747058393-1" data-fuse-slot="21622890900/TH_bangkokbiznews.com_res_article_Autoads">
<div id="fuse-slot-21747058393-1" data-google-query-id="CPvv9eXp-OkCFZdEcgoduVgPSg"></div>
</div>
</div>
</div>
<p>“อาสาสมัครดิจิทัล จะเป็นคนในชุมชน ทำงานเป็นเครือข่ายเชื่อมโยงข้อมูลความต้องการด้านเทคโนโลยีระหว่างชุมชนกับรัฐบาล เพื่อให้รัฐบาลสามารถเข้าไปแก้ปัญหาได้ตรงจุด เพราะในบางพื้นที่อาจมีโครงสร้างพื้นฐาน มีโครงข่ายสัญญาณครบแล้ว แต่กลับใช้ประโยชน์ไม่ได้ เพราะขาดอุปกรณ์ ยากจน หรือขาดทักษะ โดยตั้งเป้าให้มีอาสาสมัครดิจิทัลชุดแรกประมาณ 72,000 คน เท่ากับจำนวนหมู่บ้านในประเทศไทย” รมว. ดิจิทัลฯ กล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>โควิด-19 และการวางศิลาฤกษ์ของการศึกษาออนไลน์ในประเทศไทย</strong></p>
<p>ประเด็นการเรียนออนไลน์ ที่ถูกสะท้อนจากหลายพื้นที่ว่า ยังมีปัญหาต่างๆ ทั้งการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต การเข้าถึงอุปกรณ์ และทักษะการใช้เทคโนโลยีที่ยังไม่เพียงพอ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เห็นว่า การเรียนการสอนออนไลน์สำหรับต่างประเทศ เกิดขึ้นมานานแล้ว ส่วนประเทศไทยก่อนยุคโควิด-19 หลายมหาวิทยาลัยมีความพร้อม มีระบบอินเทอร์เน็ตที่รวดเร็ว มีแพลตฟอร์มในการเรียนออนไลน์ที่ค่อนข้างสมบูรณ์ และหลายแพลตฟอร์มมีโอกาสแชร์กันเรียนฟรี</p>
<p>แต่ปัญหาที่การเรียนออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบไม่เกิดขึ้นในประเทศไทย เพราะบุคคลกรในประเทศไทยยังไม่เปิดใจ ยังไม่พร้อมจะปรับเปลี่ยนจากการสอนอยู่ในห้องเรียน เพราะคิดว่าการเรียนในรูปแบบเดิมเป็นพื้นที่ปลอดภัยของผู้สอน</p>
<p>เมื่อโควิด-19 ระบาด ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย มีมติประกาศหยุดการเรียนการสอนตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม 2563 และประกาศให้ปรับไปใช้การเรียนการสอนออนไลน์เต็มรูปแบบ จึงสามารถเกิดการเรียนการสอนออนไลน์ขึ้นได้ในชั่วเวลาเพียงข้ามคืน โดยมีข้อมูลจากบริษัท Microsoft พบว่า ก่อนโควิด-19 ระบาด มีผู้ใช้ระบบการเรียนออนไลน์ในประเทศไทยประมาณ 10,000 คน แต่หลังจากนั้นมีจำนวนการสอนออนไลน์ทั่วประเทศหลายแสนคน ดังนั้น “โควิด-19 จึงถือเป็นการวางศิลาฤกษ์ของการศึกษาออนไลน์ในประเทศไทย”</p>
<p>ศ.ดร.สุชัชวีร์ ยอมรับว่า การเรียนการสอนออนไลน์ ยังมีปัญหาความเหลื่อมล้ำ เพราะแต่ละมหาวิทยาลัยมีความพร้อมไม่เท่ากัน อาจารย์หลายคนก็ยังไม่พร้อม จนต้องแก้ไขด้วยการทำให้อาจารย์ที่มีความพร้อมเข้ามาช่วยเหลือผ่านกลไกการรวมตัวกัน และเห็นด้วยว่า นักศึกษาส่วนใหญ่ยังใช้อินเทอร์เน็ตผ่านระบบเติมเงินจากโทรศัพท์ ซึ่งไม่สะดวกกับการเรียนออนไลน์ และต้องเร่งแก้ไข ดังนั้นจึงมีทั้ง ข้อดี และ ข้อจำกัด</p>
<p>“ข้อดี” ที่เห็นได้ชัด คือ สถานการณ์บังคับนี้ ทำให้ช่องว่างในการเรียนออนไลน์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศพัฒนาแล้วถูกบีบให้แคบลงอย่างมาก เพราะการระบาดของโควิด-19 ทำให้อัตราการเรียนการสอนออนไลน์ของไทยขยับขึ้นไปในระดับสูงมาก และยังเป็นการผลักพลเมืองทั้งประเทศให้เข้าสู่โลกดิจิทัลผ่านการทำงานที่บ้าน การประชุมทางไกล สะท้อนว่าความรู้ความเข้าใจด้านดิจิทัลของพลเมืองไทยก้าวไปรวดเร็วมาก</p>
<p>ส่วน “ข้อจำกัด” ที่หลายคนเห็นว่า การเรียนออนไลน์ใช้ได้กับเด็กในระดับมหาวิทยาลัยเท่านั้น และไม่ได้ผลในระดับอนุบาล ศ.ดร.สุชัชวีร์ ไม่เห็นด้วย โดยมองว่า เด็กอนุบาลสามารถมีสมาธิกับสื่อออนไลน์ได้ แต่ผู้ปกครองต้องอยู่ด้วย ดังนั้น ประเด็นเรื่องความพร้อมของเด็กคงไม่ใช่ประเด็นหลัก</p>
<p>ปัญหาที่ ศ.ดร.สุชชัชวีร์ ให้ความสนใจมากกว่า คือ การเรียนออนไลน์จะทำให้ “ครู” กลายเป็นอาชีพที่เปราะบาง เพราะจะถูกเปรียบเทียบกับอาจารย์จากที่อื่น และสิ่งที่จะตามมา คือ เกิดลัทธิ Winner take all คือ เด็กทั้งโลกจะเรียนกับครูคนเดียวที่สอนเก่งที่สุด คนสอนที่เก่งที่สุดในโลกจะเป็นครูให้กับคนนับพันล้านคน จึงเป็นโลกที่เจ้าของแพลตฟอร์มต่างๆจะเป็นผู้ชนะ ดังนั้น การศึกษาไทยจะต้องเตรียมการต่อสู้กับสิ่งนี้</p>
<p>ดังนั้น สังคมควรตั้งคำถามว่า เราสามารถเตรียมลูกหลานของเราให้สามารถรับมือกับอนาคตอย่างไร เพราะโลกจะเปลี่ยนจากยุค Globalization เป็น Localization ซึ่งต้องทำทุกอย่างให้ครบวงจรในประเทศตัวเอง โดยต้องสร้างสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม ทั้งในแง่กฎหมายที่ทำให้ประชาชนไว้ใจที่จะใช้แพลตฟอร์มของไทย ที่ออกแบบโดยรัฐ เช่น การกำหนดบทลงโทษที่รุนแรงหากเจ้าหน้าที่รัฐละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งต้องแก้ปัญหาการเข้าถึงเทคโนโลยีด้วย โดยเฉพาะการใช้ระบบเติมเงินซึ่งไม่สอดคล้องกับการทำกิจกรรมออนไลน์ต่างๆ จากนั้นก็ต้องสร้างทรัพยากรมนุษย์ ด้วยการทุ่มงบประมาณและทรัพยากรลงไปสอนทางเทคโนโลยีในการศึกษาทุกระดับตั้งแต่ระดับอนุบาลเพื่อให้พร้อมต่อสู้กับประเทศอื่นๆได้ทันที และต้องสร้างความเป็นชาตินิยม ให้คนไทยเชื่อว่า มีความสามารถต่อสู้กับระดับโลกได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>Teamwork</strong></p>
<p>“ต้องเริ่มจากตัวเราและระบบการศึกษาของไทย เป็น lesson learned journey และต้องสร้าง high performance team”, นายจรัล งามวิโรจน์เจริญ Chief Data Scientist บริษัท เซอร์ทิส จำกัด กล่าว เมื่อถูกถามถึงแนวทางที่จะทำอย่างไรไม่ให้ประเทศไทยตกขบวนรถไฟสายเทคโนโลยี จากการเร่งของสถานการณ์โควิด-19</p>
<p>“ตัวอย่างที่เรียนรู้ได้ คือ การแข่งขันอเมริกันฟุตบอล ซึ่งเป็นกีฬาที่มีการวางแผน ตั้งแต่การจัดหานักกีฬา เป็นกีฬาที่อยู่ในบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้นเราจะเห็นว่า สิ่งที่ทีมอเมริกันฟุตบอลชั้นนำจะทำกันเสมอๆ คือ การวางแผนการเล่นและฝึกซ้อมแผนสำหรับเพื่อนำไปเล่นในสถานการณ์ที่ไม่ปกติหลากหลายรูปแบบ เช่นใน Super Bowl ครั้งล่าสุด ที่ทีม Kansas City Chief มีคะแนนตามหลังคู่แข่งอยู่มากในควอเตอร์ที่ 3 แต่ก็ใช้แผนการเล่นในสถานการณ์ไม่ปกติ ทำให้พลิกกลับมาชนะได้”</p>
<p>นายจรัล ยังได้ยกตัวอย่างอีกหลายประการที่เกี่ยวกับการฝึกซ้อม และปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยนำแนวทางมาจากการบริหารจัดการองค์กรและธุรกิจ</p>
<p>ดังนั้น องค์กรที่จะเปลี่ยนแปลงเข้าสู่โลกดิจิทัลและประสบความสำเร็จในสถานการณ์โควิด-19 ต้องมีลักษณะเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพสูง บุคลากรรู้หน้าที่และรับผิดชอบหน้าที่ของกันและกัน เกิดเครือข่ายความร่วมมือ ตัดสินใจและช่วยกันหาจุดร่วมในการทำงาน ซึ่งต่างจากองค์กรที่เน้นการสั่งและควบคุมโดยคนเก่งที่สุดเป็นผู้นำคนเดียว</p>
<p>ส่วนมิติอื่นๆ ที่องค์กรแต่ละแห่งควรจะให้ความสำคัญ คือ การเน้นประสิทธิผลสูงสุด มีการวางนโยบายหรือแนวทางล่วงหน้าว่าหากองค์กรล้มแล้วจะลุกอย่างไร รวมทั้งส่งเสริมการแบ่งปันแลกเปลี่ยนข้อมูลทั้งภายในทีมและระหว่างทีม เป็น small team empower และ share information</p>
<p>“ในจังหวะที่เราจะโต และทำให้โตอย่างยั่งยืน ในบทความที่เกี่ยวกับ business organization ต้องมีคำว่า “resilience”หรือ “ความยืดหยุ่น” ฟื้นฟูตัวเองให้กลับมาทำงานต่อได้อย่างรวดเร็ว”</p>
<p>นายจรัล ย้ำทิ้งท้าย โดยระบุว่า องค์กรในยุคนี้จะต้องมี resilience thinking ซึ่งมีที่มาจากระบบนิเวศวิทยา คือ ปรับตัวได้ มีความเป็นระบบ บูรณาการได้ พร้อมยกตัวอย่างการเกิดไฟป่า ณ จุดหนึ่ง ไฟจะลามไปทั่ว แต่ถ้าป่ามีความหนาแน่นพอ การเผาไหม้ก็จะลดลง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>Digital Citizens, Digital Country </strong></p>
<p>“The Internet is not a luxury, it is a necessity” คำกล่าวของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ บารัค โอบามา ที่บอกว่า “การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตไม่ใช่ความหรูหรา ฟุ่มเฟือย แต่มันคือความจำเป็นขั้นพื้นฐาน” คือข้อความที่ นางสาวสุภิญญากลางณรงค์ อดีต กสทช. และ ผู้ร่วมก่อตั้ง CofactThailand &amp; Digital Thinkers Forum ย้ำให้เห็นว่า การจะเปลี่ยนผ่านประชาชนเข้าสู่การเป็นพลเมืองดิจิทัลได้จริง ภาครัฐจะต้องให้ความสำคัญกับการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต แม้ประเทศไทยจะมีสถิติการใช้โทรศัพท์มือถือมากขึ้นในรอบหลายปีที่ผ่านมา แต่กลับยังมีอุปสรรคในการเรียนออนไลน์ โดยยกตัวอย่างว่า 75% ของคนที่ใช้อินเทอร์เน็ตในโทรศัพท์มือถือ ยังใช้ด้วยระบบเติมเงิน ซึ่งไม่เอื้อต่อการเรียนหรือทำงานออนไลน์ได้จริง ซึ่งภาครัฐ และ กสทช. ต้องเร่งดำเนินการ</p>
<p>นางสาวสุภิญญา ย้ำว่า การจะก้าวสู่ความเป็นพลเมืองดิจิทัลเต็มรูปแบบ มีปัจจัยสำคัญ คือการทำให้ประชาชนเชื่อใจในระบบต่างๆของรัฐ โดยรัฐต้องใช้หลักนิติธรรมสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน เปิดเผยข้อมูล (Open Data)และกฎหมาย เปิดเผย โปร่งใส และรับฟังความคิดเห็นที่หลายหลายจากสังคม โดยยกตัวอย่างประเทศที่ประสบความสำเร็จมาก คือ “เอสโตเนีย” ซึ่งประชาชนเชื่อใจระบบของรัฐ ด้วยหลักการที่ชัดเจนตรงไปตรงมา เช่น การเก็บข้อมูลครั้งเดียว มีหน่วยงานที่รับผิดชอบชัดเจน ใช้ข้อมูลอย่างเป็นระบบ มีหลักประกันว่าถ้าข้อมูลถูกแอบนำไปใช้ โดยไม่ได้รับความยินยอมจะสามารถโต้แย้งได้ จึงทำให้เอสโตเนียกลายเป็นต้นแบบของสหภาพยุโรป และพิสูจน์ให้เห็นว่า สิทธิมนุษยชน การเปิดเผยข้อมูล และ Digital transformation สามารถไปด้วยกันได้</p>
<p>ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย สรุปว่า การประชุมครั้งนี้ช่วยให้เห็นโอกาสที่เกิดขึ้นจากวิกฤตโควิด-19 ในประเทศไทย จากการที่ประชาชนได้ทำความคุ้นเคยกับโลกดิจิทัลมากขึ้น แต่ก็ยังมีข้อจำกัดเรื่องการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต หลายกลุ่มยังไม่มีศักยภาพเข้าถึงอุปกรณ์ และยังขาดทักษะ ทำให้ยังมีปัญหาด้านการศึกษาออนไลน์ หรือแม้แต่ในการใช้งานอื่นๆที่มีแพลตฟอร์มถูกออกแบบมาสำหรับคนด้อยโอกาสโดยเฉพาะ แต่คนกลุ่มนี้ก็ยังเข้าไม่ถึง เพราะทั้งขาดทักษะ ขาดความรู้ ปรับรูปแบบธุรกิจไม่ทัน จึงต้องพัฒนาศักยภาพกันอย่างเร่งด่วน</p>
<p>ดังนั้น โควิด-19 จึงทำให้เห็นว่าการที่ประเทศไทยจะไปได้ในโลกดิจิทัล <strong>ต้องให้ความสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์ดิจิทัล</strong> โดยเฉพาะคำว่า “Technology by Design” ซึ่งมีความหมายว่า ประเทศไทยต้องคิดถึงการเป็นผู้นำเทคโนโลยีในด้านต่างๆ โดยออกแบบการใช้เทคโนโลยีให้สมดุลไปกับการสร้างระบบเพื่อตรวจสอบภาครัฐ เพราะเมื่อประชาชนตรวจสอบได้ มั่นใจว่าระบบมีความโปร่งใส จะทำให้ประชาชนเกิดความไว้วางใจ และให้ความร่วมมือในการเปลี่ยนผ่านไปสู่โลกดิจิทัลโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</p>
<p>ขอบคุณที่มา <a href="https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/883402">https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/883402</a></p>
</div>
<div></div>
</div>
<div class="SPOSTARBUST-Related-Posts"><H3>ข่าวที่เกี่ยวข้อง</H3><ul class="entry-meta"><li class="SPOSTARBUST-Related-Post"><a title="17-18 มิ.ย.นี้ จุฬาฯเปิดโลกลานเกียร์ : เสวนาและนิทรรศฯสู่ยุคโทรทัศน์ดิจิทัล" href="http://www.supinya.com/2014/06/17-18-%e0%b8%a1%e0%b8%b4-%e0%b8%a2-%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89-%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%ac%e0%b8%b2%e0%b8%af%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99/" rel="bookmark">17-18 มิ.ย.นี้ จุฬาฯเปิดโลกลานเกียร์ : เสวนาและนิทรรศฯสู่ยุคโทรทัศน์ดิจิทัล</a> (16 มิ.ย. 2014) </li>
<li class="SPOSTARBUST-Related-Post"><a title="Consumer Protection in the Digital Age" href="http://www.supinya.com/2014/04/consumer-protection-in-the-digital-age/" rel="bookmark">Consumer Protection in the Digital Age</a> (3 เม.ย. 2014) </li>
<li class="SPOSTARBUST-Related-Post"><a title="Download!! เอกสารเกี่ยวกับการประชุมสิทธิผู้บริโภคยุคดิจิตอล 3 &#8211; 4 เม.ย.นี้" href="http://www.supinya.com/2014/04/%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95/" rel="bookmark">Download!! เอกสารเกี่ยวกับการประชุมสิทธิผู้บริโภคยุคดิจิตอล 3 &#8211; 4 เม.ย.นี้</a> (2 เม.ย. 2014) </li>
</ul></div><div style="float: right; margin-left: 10px;"><a href="http://twitter.com/share?url=http://www.supinya.com/2020/06/200602/&via=supinya&text=นักวิชาการแนะรัฐ สร้าง digital escosystem โปร่งใสมีส่วนร่วม รองรับพลเมืองดิจิตอล&related=:&lang=en&count=horizontal" class="twitter-share-button">Tweet</a><script type="text/javascript" src="http://platform.twitter.com/widgets.js"></script></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.supinya.com/2020/06/200602/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>COVID-19 บีบไทยสู่ยุคดิจิทัล แนะเตรียมลูกหลานรับมือโลกเปลี่ยน</title>
		<link>http://www.supinya.com/2020/06/20060/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=20060</link>
		<comments>http://www.supinya.com/2020/06/20060/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 11 Jun 2020 02:27:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเกี่ยวข้อง]]></category>
		<category><![CDATA[covid]]></category>
		<category><![CDATA[digital]]></category>
		<category><![CDATA[New Normal]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.supinya.com/?p=9578</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อ COVID-19 ทำให้โลกอนาคตมาถึงเร็วขึ้น โลกดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างรวดเร็ว โลกออนไลน์ กลายเป็น New Normal ที่เห็นชัดที่ชุดในยุค COVID]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h1>COVID-19 บีบไทยสู่ยุคดิจิทัล แนะเตรียมลูกหลานรับมือโลกเปลี่ยน</h1>
<p><a href="http://www.supinya.com/wp-content/uploads/2020/06/Tpbs2001.jpg" rel="lightbox[9578]"><img class="aligncenter size-medium wp-image-9579" title="Tpbs2001" src="http://www.supinya.com/wp-content/uploads/2020/06/Tpbs2001-300x169.jpg" alt="" width="300" height="169" /></a></p>
<p>ตั้งแต่การสั่งของออนไลน์ สั่งอาหารออนไลน์ ทำงานที่บ้าน ประชุมทางไกล แม้แต่การเรียนการสอนก็นำระบบออนไลน์มาใช้อย่างจริงจัง แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เข้าถึงโลกดิจิทัล ไม่ใช่ทุกคนที่พร้อมเปลี่ยนผ่าน ยังมีผู้คนจำนวนมากที่กำลังจะตกรถไฟขบวนนี้</p>
<p>ในการประชุมทางไกล RoLD Virtual Forum : Living with COVID-19 ตอน “How to Empower Digital Citizenship in COVID-19 Era” ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ยกตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่า ยังมีคนจำนวนมากเข้าไม่ถึงโลกดิจิทัล</p>
<p>โดยอ้างอิงสถิติการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (International Telecommunication Union) ที่ระบุว่า ในประเทศพัฒนาแล้ว มีครัวเรือนที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ต 87 % ในประเทศกำลังพัฒนา เข้าถึง 47 % และในประเทศพัฒนาน้อย มีครัวเรือนที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตเพียง 19 % โดยประเทศไทย มีสถิติอยู่ที่ 68 % ซึ่งยังดีกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งโลกที่มีสถิติการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของครัวเรือน 55 %</p>
<p>แต่ตัวเลขนี้ยังไม่ได้ระบุถึงคุณภาพในการเข้าถึง เพื่อใช้ประโยชน์อย่างแท้จริง เช่น ประเทศออสเตรเลีย ที่เป็นประเทศพัฒนาแล้ว กลับพบว่า เยาวชนอายุ 5-14 ปี ยังมีปัญหาในการเข้าถึงการศึกษาผ่านอินเทอร์เน็ต เพราะยังขาดความพร้อมทั้งบรรยากาศการเรียน เครื่องมือ รวมถึงความเร็วของอินเทอร์เน็ต ทำให้ต้องกลับมาขบคิดร่วมกันว่า การที่ COVID-19 นำพาโลกดิจิทัลมาถึงเร็วขึ้น จะต้องมีกระบวนการร่วมกันในการพัฒนาพลเมืองดิจิทัลอย่างเป็นระบบได้อย่างไร โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</p>
<p>ทั้งในเรื่องของการศึกษาที่มีข้อมูลว่า 25 % ของนักศึกษาไทยในมหาวิทยาลัย อยู่ในครัวเรือนที่มีรายได้เฉลี่ยปีละไม่ถึง 2 แสนบาท และมีคอมพิวเตอร์ในครัวเรือนกลุ่มนี้ไม่ถึง 3 % รวมทั้งในภาคแรงงาน ที่มีหลายอาชีพกำลังจะถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี หมายความว่าจะต้องมีการพัฒนาศักยภาพแรงงานกันอย่างเร่งด่วนเพื่อไม่ให้ตกงาน</p>
<p><img src="https://news.thaipbs.or.th/media/TSNBg3wSBdng7ijM8HB5KSrEYL2nFwrNk2UsL8176oW.jpg" alt="" /></p>
<h3>COVID-19 เร่งชีวิตเปลี่ยน โลกดิจิทัลมาเร็วขึ้น</h3>
<p>นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เห็นตรงกันว่า COVID-19 เข้ามาเป็นตัวเร่งให้ต้องนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้นอย่างรวดเร็ว และทำให้ประชาชนกลุ่มที่ไม่เคยคิดจะใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ จำเป็นต้องเรียนรู้และใช้ให้ได้ภายในเวลาอันสั้นตั้งแต่การเปลี่ยนไปทำงานที่บ้าน ซึ่งถ้ามองในแง่ดี ก็จะพบว่า ทำให้ประชาชนกลุ่มนี้เปิดใจในการเข้าสู่โลกดิจิทัล</p>
<p>นายพุทธิพงษ์ แสดงให้เห็นข้อมูลการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของประเทศไทย คือ มีการใช้โทรศัพท์มือถือ 93.39 ล้านเครื่อง ใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ย 9 ชั่วโมงต่อวัน เข้าถึง Mobile Broadband Subscription 108 % ศักยภาพในการเข้าถึงโทรศัพท์มือถือ สูงถึง 187 % ซึ่งหมายความว่า ค่าเฉลี่ย 1 คนมีโทรศัพท์มือเกือบ 2 เครื่อง และมีประชากร 69 % เข้าถึงการค้าขายทางออนไลน์</p>
<p>แต่แม้ตัวเลขจะเป็นเช่นนั้น รมว.ดิจิทัลฯ ยอมรับว่า ยังมีคนจำนวนมากที่เข้าไม่ถึงเทคโนโลยีดิจิทัลเหล่านี้ แม้แต่ในกรุงเทพมหานคร ที่มีโครงข่ายครอบคลุมทุกพื้นที่ กำลังจะเข้าสู่เทคโนโลยี 5G ก็ยังพบประชาชน 20-30 % ในชุมชนแออัดต่างๆ ไม่สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ทางออนไลน์ได้ เพราะมีฐานะยากจน ไม่สามารถซื้ออุปกรณ์เหล่านี้ได้</p>
<p>และยิ่งในช่วงการระบาดของ COVID-19 ก็มีคนที่ขาดรายได้มากขึ้น ตกงาน ถูกลดเงินเดือน หรือรายได้จากอาชีพที่ทำอยู่ลดลงไปมาก เช่น คนขับแท็กซี่ รถจักรยานยนต์รับจ้าง คนกลุ่มนี้กลายเป็นกลุ่มเปราะบางต่อโลกดิจิทัลโดยไม่รู้ตัว เมื่อพบปัญหาเช่นนี้ รัฐบาลจึงกำลังสร้าง “อาสาสมัครดิจิทัล” เป็นเครื่องมือลงไปสำรวจเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างรัฐบาลกับชุมชน</p>
<p><img src="https://news.thaipbs.or.th/media/TSNBg3wSBdng7ijM8HB5KSrEYL2nFwlaPAwcZcihVDZ.jpg" alt="" /></p>
<h3>“อาสาสมัครดิจิทัล” ชี้จุดบอดโครงข่ายดิจิทัล</h3>
<p>อาสาสมัครดิจิทัลเป็นคนในชุมชน ทำงานเป็นเครือข่ายเชื่อมโยงข้อมูลความต้องการด้านเทคโนโลยีระหว่างชุมชนกับรัฐบาล เพื่อให้รัฐบาลสามารถเข้าไปแก้ปัญหาได้ตรงจุด เพราะในบางพื้นที่อาจมีโครงสร้างพื้นฐาน มีโครงข่ายสัญญาณครบแล้ว แต่กลับใช้ประโยชน์ไม่ได้ เพราะขาดอุปกรณ์ ยากจน หรือขาดทักษะ โดยตั้งเป้าให้มีอาสาสมัครดิจิทัลชุดแรกประมาณ 72,000 คน เท่ากับจำนวนหมู่บ้านในประเทศไทย</p>
<p>ในช่วงการทำงานที่บ้าน 1-2 เดือนที่ผ่านมา กระทรวงดิจิทัลฯ ยังให้ข้าราชการและรัฐวิสาหกิจทุกหน่วยงาน ลงทะเบียนใช้สิทธิทำงานที่บ้านโดยรัฐบาลช่วยค่าอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีข้าราชการกว่า 7 แสนคนใช้สิทธินี้</p>
<p>นายพุทธิพงษ์ระบุว่า นโยบายนี้ จะทำให้ข้าราชการจำนวนมากเปิดใจในการเข้าสู่โลกดิจิทัล และจะช่วยทำให้ระบบ e – Government หรือ การนำ Big Data มาใช้งานในหน่วยงานของรัฐซึ่งถูกเรียกร้องกันมานานเกิดขึ้นได้จริง</p>
<p>รมว.ดิจิทัลฯ เปิดเผยว่า จะใช้โอกาสนี้สร้าง Big Data นำข้อมูลหลังบ้านของหน่วยงานราชการทั้งหมดมาใช้ โดยมี 5 ยุทธศาสตร์ คือ ยุทธศาสตร์ด้านสาธารณสุข แรงงาน การท่องเที่ยว การเกษตร และการเงินการธนาคาร เช่น ด้านสาธารณสุข จะทำให้ข้อมูลประวัติคนไข้ทั้งประเทศมาอยู่ในฐานข้อมูลเดียว กลายเป็นข้อมูลของคนไข้ ไม่ใช่ของโรงพยาบาล และสามารถใช้ข้อมูลนี้ที่โรงพยาบาลไหนก็ได้ เพื่อให้แพทย์ทำการรักษาได้ดีที่สุด ทั้งโรงพยาบาลของรัฐและเอกชน และอาจพัฒนาไปถึงการเบิกจ่ายค่ารักษาต่างๆ ได้ด้วย</p>
<blockquote><p><em>“</em>“การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต คือ สิทธิทางสังคม” ตัวแปรสำคัญในการไปสู่ Digital Country เต็มรูปแบบ<em>”</em></p></blockquote>
<p>“The Internet is not a luxury, it is a necessity” คำกล่าวของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ บารัค โอบามา บอกว่า “การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตไม่ใช่ความหรูหรา ฟุ่มเฟือย แต่มันคือความจำเป็นขั้นพื้นฐาน” คือข้อความที่ น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ อดีต กสทช. และ ผู้ร่วมก่อตั้ง Cofact Thailand &amp; Digital Thinkers Forum ให้เห็นว่า การจะเปลี่ยนผ่านประชาชนเข้าสู่การเป็นพลเมืองดิจิทัลได้จริง ภาครัฐจะต้องให้ความสำคัญกับการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต</p>
<p><img src="https://news.thaipbs.or.th/media/TSNBg3wSBdng7ijM8HB5KSrEYL2nFwqZrodvgT2KcWu.jpg" alt="" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แม้ประเทศไทยจะมีสถิติการใช้โทรศัพท์มือถือมากขึ้น ในรอบหลายปีที่ผ่านมา แต่กลับยังมีอุปสรรคในการเรียนออนไลน์ โดยยกตัวอย่างว่า 75 % ของคนที่ใช้อินเทอร์เน็ตในโทรศัพท์มือถือ ยังใช้ด้วยระบบเติมเงิน ซึ่งไม่เอื้อต่อการเรียนหรือทำงานออนไลน์ได้จริง ซึ่งภาครัฐ และ กสทช. ต้องเร่งดำเนินการ</p>
<h3>จะให้เป็น “พลเมืองดิจิทัล” รัฐต้องเปิดเผย โปร่งใส</h3>
<p>น.ส.สุภิญญากล่าวว่า การจะก้าวสู่ความเป็นพลเมืองดิจิทัลเต็มรูปแบบ มีปัจจัยสำคัญ คือการทำให้ประชาชนเชื่อใจในระบบต่างๆ ของรัฐ โดยรัฐต้องใช้หลักนิติธรรม สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน เปิดเผยข้อมูล (Open Data) และกฎหมาย เปิดเผย โปร่งใส และรับฟังความคิดเห็นที่หลายหลายจากสังคม</p>
<p>ยกตัวอย่างประเทศที่ประสบความสำเร็จมาก คือ เอสโตเนีย ซึ่งประชาชนเชื่อใจระบบของรัฐ ด้วยหลักการที่ชัดเจนตรงไปตรงมา เช่น การเก็บข้อมูลครั้งเดียว มีหน่วยงานที่รับผิดชอบชัดเจน ใช้ข้อมูลอย่างเป็นระบบ มีหลักประกันว่าถ้าข้อมูลถูกแอบนำไปใช้ โดยไม่ได้รับความยินยอมจะสามารถโต้แย้งได้ จึงทำให้เอสโตเนียกลายเป็นต้นแบบของสหภาพยุโรป และพิสูจน์ให้เห็นว่า สิทธิมนุษยชน การเปิดเผยข้อมูล และ Digital transformation สามารถไปด้วยกันได้</p>
<blockquote><p><em>“</em>COVID-19 เป็นการวางศิลาฤกษ์ของการศึกษาออนไลน์ในประเทศไทย<em>”</em></p></blockquote>
<p>ประเด็นการเรียนออนไลน์ ที่ถูกสะท้อนจากหลายพื้นที่ว่า ยังมีปัญหาต่างๆ ทั้งการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต การเข้าถึงอุปกรณ์ และทักษะการใช้เทคโนโลยีที่ยังไม่เพียงพอ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง บอกว่า การเรียนการสอนออนไลน์สำหรับต่างประเทศ เกิดขึ้นมานานแล้ว</p>
<h3>บุคลากรในไทยไม่เปิดใจเรียน-สอนออนไลน์</h3>
<p>ส่วนประเทศไทยก่อนยุค COVID-19 หลายมหาวิทยาลัยมีความพร้อม มีระบบอินเทอร์เน็ตที่รวดเร็ว มีแพลตฟอร์มในการเรียนออนไลน์ที่ค่อนข้างสมบูรณ์ และหลายแพลตฟอร์มมีโอกาสแชร์กันเรียนฟรี แต่ปัญหาที่การเรียนออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบไม่เกิดขึ้นในประเทศไทย เพราะบุคลากรยังไม่เปิดใจ ยังไม่พร้อมจะปรับเปลี่ยนจากการสอนอยู่ในห้องเรียน เพราะคิดว่าการเรียนในรูปแบบเดิมเป็นพื้นที่ปลอดภัยของผู้สอน</p>
<p>เมื่อ COVID-19 ระบาด ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย มีมติประกาศหยุดการเรียนการสอนตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม 2563 และประกาศให้ปรับไปใช้การเรียนการสอนออนไลน์เต็มรูปแบบ จึงสามารถเกิดการเรียนการสอนออนไลน์ขึ้นได้ในชั่วเวลาเพียงข้ามคืน</p>
<p><img src="https://news.thaipbs.or.th/media/TSNBg3wSBdng7ijM8HB5KSrEYL2nFwkQ2fw6j7ow5ja.jpg" alt="" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โดยมีข้อมูลจากบริษัท Microsoft พบว่า ก่อน COVID-19 ระบาด มีผู้ใช้ระบบการเรียนออนไลน์ในประเทศไทยประมาณ 10,000 คน แต่หลังจากนั้นมีจำนวนการสอนออนไลน์ทั่วประเทศหลายแสนคน ดังนั้น “โควิด-19 จึงถือเป็นการวางศิลาฤกษ์ของการศึกษาออนไลน์ในประเทศไทย”</p>
<p>ศ.ดร.สุชัชวีร์ ยอมรับว่า การเรียนการสอนออนไลน์ ยังมีปัญหาความเหลื่อมล้ำ เพราะแต่ละมหาวิทยาลัยมีความพร้อมไม่เท่ากัน อาจารย์หลายคนก็ยังไม่พร้อม จนต้องแก้ไขด้วยการทำให้อาจารย์ที่มีความพร้อมเข้ามาช่วยเหลือผ่านกลไกการรวมตัวกัน และเห็นด้วยว่า นักศึกษาส่วนใหญ่ยังใช้อินเทอร์เน็ตผ่านระบบเติมเงินจากโทรศัพท์ ซึ่งไม่สะดวกกับการเรียนออนไลน์ และต้องเร่งแก้ไข ดังนั้นจึงมีทั้ง ข้อดี และ ข้อจำกัด</p>
<h3>COVID-19 บีบให้เร่งรัดเปิดสอนออนไลน์</h3>
<p>“ข้อดี” ที่เห็นได้ชัด คือ สถานการณ์บังคับนี้ ทำให้ช่องว่างในการเรียนออนไลน์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศพัฒนาแล้วถูกบีบให้แคบลงอย่างมาก เพราะการระบาดของ COVID-19 ทำให้อัตราการเรียนการสอนออนไลน์ของไทย ขยับขึ้นไปในระดับสูงมาก และยังเป็นการผลักพลเมืองทั้งประเทศ ให้เข้าสู่โลกดิจิทัลผ่านการทำงานที่บ้าน การประชุมทางไกล สะท้อนว่าความรู้ความเข้าใจด้านดิจิทัลของพลเมืองไทย ก้าวไปรวดเร็วมาก</p>
<p>ส่วน “ข้อจำกัด” ที่หลายคนเห็นว่า การเรียนออนไลน์ใช้ได้กับเด็กในระดับมหาวิทยาลัยเท่านั้น และไม่ได้ผลในระดับอนุบาล ศ.ดร.สุชัชวีร์ ไม่เห็นด้วย โดยมองว่า เด็กอนุบาลสามารถมีสมาธิกับสื่อออนไลน์ได้ แต่ผู้ปกครองต้องอยู่ด้วย ดังนั้นประเด็นเรื่องความพร้อมของเด็กคงไม่ใช่ประเด็นหลัก</p>
<p>ปัญหาที่ ศ.ดร.สุชชัชวีร์ ให้ความสนใจมากกว่า คือ การเรียนออนไลน์ จะทำให้ “ครู” กลายเป็นอาชีพที่เปราะบาง เพราะจะถูกเปรียบเทียบกับอาจารย์จากที่อื่น และสิ่งที่จะตามมา คือ เกิดลัทธิ Winner take all คือ เด็กทั้งโลกจะเรียนกับครูคนเดียวที่สอนเก่งที่สุด</p>
<blockquote><p><em>“</em>คนสอนที่เก่งที่สุดในโลกจะเป็นครูให้กับคนนับพันล้านคน จึงเป็นโลกที่เจ้าของแพลตฟอร์มต่างๆ จะเป็นผู้ชนะ ดังนั้น การศึกษาไทยจะต้องเตรียมการต่อสู้กับสิ่งนี้<em>”</em></p></blockquote>
<h3>เตรียมพร้อมลูกหลาน รับมือโลกเปลี่ยน</h3>
<p>ดังนั้นควรตั้งคำถามว่า เราสามารถเตรียมลูกหลานของเราให้สามารถรับมือกับอนาคตอย่างไร เพราะโลกจะเปลี่ยนจากยุค Globalization เป็น Localization ซึ่งต้องทำทุกอย่างให้ครบวงจรในประเทศตัวเอง</p>
<p>โดยต้องสร้างสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม ทั้งในแง่กฎหมายที่ทำให้ประชาชนไว้ใจที่จะใช้แพลตฟอร์มของไทย ที่ออกแบบโดยรัฐ เช่น การกำหนดบทลงโทษที่รุนแรง หากเจ้าหน้าที่รัฐละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งต้องแก้ปัญหาการเข้าถึงเทคโนโลยีด้วย โดยเฉพาะการใช้ระบบเติมเงิน ซึ่งไม่สอดคล้องกับการทำกิจกรรมออนไลน์ต่างๆ</p>
<p>จากนั้นก็ต้องสร้างทรัพยากรมนุษย์ ด้วยการทุ่มงบประมาณและทรัพยากรลงไปสอนทางเทคโนโลยีในการศึกษาทุกระดับตั้งแต่ระดับอนุบาล เพื่อให้พร้อมต่อสู้กับประเทศอื่นๆ ได้ทันที และต้องสร้างความเป็นชาตินิยม ให้คนไทยเชื่อว่า มีความสามารถต่อสู้กับระดับโลกได้</p>
<p>“ร่วมขบวนเรียนรู้ไปด้วยกัน” แนวทางที่จะทำให้คนไทยปรับตัวสู่ Digital Citizen</p>
<p><img src="https://news.thaipbs.or.th/media/TSNBg3wSBdng7ijM8HB5KSrEYL2nFwjUsh0ESq2iqGv.jpg" alt="" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“ต้องเริ่มจากตัวเราและระบบการศึกษาของไทย เป็น lesson learned journey และต้องสร้าง high performance team”</p>
<p>นายจรัล งามวิโรจน์เจริญ Chief Data Scientist บริษัท เซอร์ทิส จำกัด ตอบถามถึงแนวทางที่จะทำอย่างไรไม่ให้ประเทศไทยตกขบวนรถไฟสายเทคโนโลยี จากการเร่งของสถานการณ์ COVID-19</p>
<p>“ตัวอย่างที่เรียนรู้ได้ คือ การแข่งขันอเมริกันฟุตบอล ซึ่งเป็นกีฬาที่มีการวางแผน ตั้งแต่การจัดหานักกีฬา เป็นกีฬาที่อยู่ในบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้นเราจะเห็นว่า สิ่งที่ทีมอเมริกันฟุตบอลชั้นนำจะทำกันเสมอๆ คือ การวางแผนการเล่นและฝึกซ้อมแผนสำหรับเพื่อนำไปเล่นในสถานการณ์ที่ไม่ปกติหลากหลายรูปแบบ เช่นใน Super Bowl ครั้งล่าสุด ที่ทีม Kansas City Chief มีคะแนนตามหลังคู่แข่งอยู่มากในควอเตอร์ที่ 3 แต่ก็ใช้แผนการเล่นในสถานการณ์ไม่ปกติ ทำให้พลิกกลับมาชนะได้”</p>
<p>นายจรัล ยังยกตัวอย่างอีกหลายประการ ที่เกี่ยวกับการฝึกซ้อมและปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยนำแนวทางมาจากการบริหารจัดการองค์กรและธุรกิจ</p>
<p>ดังนั้น องค์กรที่จะเปลี่ยนแปลงเข้าสู่โลกดิจิทัล และประสบความสำเร็จในสถานการณ์ COVID-19 ต้องมีลักษณะเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพสูง บุคลากรรู้หน้าที่และรับผิดชอบหน้าที่ของกันและกัน เกิดเครือข่ายความร่วมมือ ตัดสินใจและช่วยกันหาจุดร่วมในการทำงาน ซึ่งต่างจากองค์กรที่เน้นการสั่งและควบคุมโดยคนเก่งที่สุดเป็นผู้นำคนเดียว</p>
<p>ส่วนมิติอื่นๆ ที่องค์กรแต่ละแห่งควรจะให้ความสำคัญ คือ การเน้นประสิทธิผลสูงสุด มีการวางนโยบายหรือแนวทางล่วงหน้าว่าหากองค์กรล้มแล้วจะลุกอย่างไร รวมทั้งส่งเสริมการแบ่งปันแลกเปลี่ยนข้อมูลทั้งภายในทีมและระหว่างทีม เป็น small team empower และ share information</p>
<blockquote><p><em>“</em>“ในจังหวะที่เราจะโต และทำให้โตอย่างยั่งยืน ในบทความที่เกี่ยวกับ business organization ต้องมีคำว่า “resilience” หรือ “ความยืดหยุ่น” ฟื้นฟูตัวเองให้กลับมาทำงานต่อได้อย่างรวดเร็ว”<em>”</em></p></blockquote>
<p><img src="https://news.thaipbs.or.th/media/TSNBg3wSBdng7ijM8HB5KSrEYL2nFwoYAvM9SAYLasr.jpg" alt="" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นายจรัลระบุด้วยว่า องค์กรในยุคนี้จะต้องมี resilience thinking ซึ่งมีที่มาจากระบบนิเวศวิทยา คือ ปรับตัวได้ มีความเป็นระบบ บูรณาการได้ พร้อมยกตัวอย่างการเกิดไฟป่า ณ จุดหนึ่ง ไฟจะลามไปทั่ว แต่ถ้าป่ามีความหนาแน่นพอ การเผาไหม้ก็จะลดลง</p>
<p>“ในระบบที่เราดูแลอยู่ ต้องมองหาตัวแปร อย่างใน COVID อาจจะเป็นความถี่ ในการล้างมือ การใส่หน้ากาก ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของการติดเชื้อ”</p>
<p>ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ สรุปว่า การประชุมครั้งนี้ช่วยให้เห็นโอกาสที่เกิดขึ้นจากวิกฤต COVID-19 ในประเทศไทย จากการที่ประชาชนได้ทำความคุ้นเคยกับโลกดิจิทัลมากขึ้น แต่ก็ยังมีข้อจำกัดเรื่องการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต หลายกลุ่มยังไม่มีศักยภาพเข้าถึงอุปกรณ์ และยังขาดทักษะ ทำให้ยังมีปัญหาด้านการศึกษาออนไลน์ หรือแม้แต่ในการใช้งานอื่นๆที่มีแพลตฟอร์มถูกออกแบบมาสำหรับคนด้อยโอกาสโดยเฉพาะ แต่คนกลุ่มนี้ก็ยังเข้าไม่ถึง เพราะทั้งขาดทักษะ ขาดความรู้ ปรับรูปแบบธุรกิจไม่ทัน จึงต้องพัฒนาศักยภาพกันอย่างเร่งด่วน</p>
<p>ดังนั้น COVID-19 ทำให้เห็นว่า การที่ประเทศไทยจะไปได้ในโลกดิจิทัล ต้องให้ความสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์ดิจิทัล โดยเฉพาะคำว่า “Technology by Design” ซึ่งมีความหมายว่า ประเทศไทยต้องคิดถึงการเป็นผู้นำเทคโนโลยีในด้านต่างๆ โดยออกแบบการใช้เทคโนโลยีให้สมดุลไปกับการสร้างระบบเพื่อตรวจสอบภาครัฐ เพราะเมื่อประชาชนตรวจสอบได้ มั่นใจว่าระบบมีความโปร่งใส จะทำให้ประชาชนเกิดความไว้วางใจ และให้ความร่วมมือในการเปลี่ยนผ่านไปสู่โลกดิจิทัลโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</p>
<p>ที่มา <a href="https://news.thaipbs.or.th/content/293221">https://news.thaipbs.or.th/content/293221</a></p>
<div style="float: right; margin-left: 10px;"><a href="http://twitter.com/share?url=http://www.supinya.com/2020/06/20060/&via=supinya&text=COVID-19 บีบไทยสู่ยุคดิจิทัล แนะเตรียมลูกหลานรับมือโลกเปลี่ยน&related=:&lang=en&count=horizontal" class="twitter-share-button">Tweet</a><script type="text/javascript" src="http://platform.twitter.com/widgets.js"></script></div><div class="SPOSTARBUST-Related-Posts"><H3>ข่าวที่เกี่ยวข้อง</H3><ul class="entry-meta"><li class="SPOSTARBUST-Related-Post"><a title="Empower Digital Citizenship" href="http://www.supinya.com/2020/09/tij63/" rel="bookmark">Empower Digital Citizenship</a> (7 ก.ย. 2020) </li>
</ul></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.supinya.com/2020/06/20060/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
