<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Blog : www.supinya.com &#187; ร่างพรบ.กสทช</title>
	<atom:link href="http://www.supinya.com/tag/%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%9a-%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%97%e0%b8%8a/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.supinya.com</link>
	<description>สุภิญญา  กลางณรงค์</description>
	<lastBuildDate>Wed, 28 Jul 2021 02:39:31 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.4</generator>
		<item>
		<title>เสนอเปลี่ยนที่มา กสทช. สรรหาโดยศาลและองค์กรอิสระ ประชาชนไม่มีส่วนร่วม</title>
		<link>http://www.supinya.com/2016/09/7854/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=7854</link>
		<comments>http://www.supinya.com/2016/09/7854/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 07 Sep 2016 03:37:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมายและนโยบายด้านกิจการบรอดแคส]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเกี่ยวข้อง]]></category>
		<category><![CDATA[เอกสารดาวน์โหลด]]></category>
		<category><![CDATA[พรบ.กสทช]]></category>
		<category><![CDATA[ร่างพรบ.กสทช]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.supinya.com/?p=8372</guid>
		<description><![CDATA[ที่มา : ilaw]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 25.5px; font-weight: bold; line-height: 1.4em;">เสนอเปลี่ยนที่มา กสทช. สรรหาโดยศาลและองค์กรอิสระ ประชาชนไม่มีส่วนร่วม</span></p>
<h1><a href="https://ilaw.or.th/node/4261">ที่มา iLaw</a></h1>
<div id="node-4261">
<div>
<table id="attachments">
<thead>
<tr>
<th>ไฟล์แนบ</th>
<th>ขนาดไฟล์</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td><a href="https://ilaw.or.th/sites/default/files/NBTC%20draft.1-19.PDF">NBTC Law draft.PDF</a></td>
<td>1.5 MB</td>
</tr>
<tr>
<td><a href="https://ilaw.or.th/sites/default/files/+%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3.pdf">ความเห็นแย้งของนายแพทย์ประวิทย์และสุภิญญา.pdf</a></td>
<td>2.14 MB</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<div>ผลงานขององค์กรอิสระอย่าง กสทช. คงไม่ค่อยเข้าตาหลายคน รัฐบาล คสช. เลยเสนอแก้กฎหมาย รื้อระบบใหม่หมด ให้ศาลและองค์กรอิสระสรรหา กสทช. จากข้าราชการระดับสูง ทหารยศพันโท หรือผู้บริหารเอกชนยักษ์ใหญ่ ตัดช่องทางเสนอชื่อโดยภาคประชาสังคม และตีกรอบให้ทำงานภายใต้แผนนโยบายดิจิทัล</div>
<div></div>
<div></div>
<div>กสทช. มีชื่อเต็มๆ ว่า คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ จัดตั้งขึ้นสำเร็จเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2554 มีหน้าที่จัดสรรและบริหารการใช้งานคลื่นความถี่ สำหรับทั้งกิจการวิทยุ โทรทัศน์ โทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต ฯลฯ ทุกประเภทที่สื่อสารกันผ่านคลื่นความถี่ กสทช. จึงเป็นองค์กรที่มีบทบาทมากในยุคสมัยของเทคโนโลยีและการสื่อสาร</div>
<div></div>
<div>วัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง กสทช. นั้นเกิดขึ้นในช่วงการปฏิรูปสื่อ โดยมีความคาดหวังว่า กสทช. จะเป็นองค์กรอิสระจากอิทธิพลทางการเมืองและการเงิน เพื่อจัดสรรคลื่นความถี่ซึ่งเป็นสมบัติสาธารณะให้ถูกนำไปใช้ในทางที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ไม่ตกไปอยู่ในมือของนายทุนรายใหญ่ กลุ่มการเมือง หรือหน่วยงานของรัฐมากจนเกินไป ช่วยให้สื่อไม่ถูกผูกขาดในมือผู้มีอำนาจ</div>
<div></div>
<div>กฎหมายหลายฉบับ ก็มีความคาดหวังกับกสทช. มาก โดยให้อำนาจกสทช. เป็นผู้รับผิดชอบหลายอย่าง ทั้งเรื่องการประมูลคลื่นความถี่ 3G 4G การจัดสรรท่องทีวีดิจิทัล การจัดสรรคลื่นให้วิทยุชุมชน รวมถึงการควบคุมเนื้อหาต้องห้ามในสื่อวิทยุโทรทัศน์ด้วย ที่ผ่านมาเราก็จะเคยได้ยินผลงาน กสทช. ที่<a href="http://www.tv5.co.th/web-2015-07-RES2/news_view.php?news=14&amp;id=15874">ขู่จะแบนซีรีย์ &#8220;ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น&#8221; </a> <a href="http://prachatai.com/journal/2013/08/48413">สั่งแบนการ์ตูนเรื่อง &#8220;หมัดดาวเหนือ&#8221; เพราะขัดต่อศีลธรรม</a> และยังมีการลงโทษสื่อที่เผยแพร่เนื้อหาทางการเมืองอีกหลายครั้ง รวมถึง กรณี<a href="https://freedom.ilaw.or.th/th/case/488">กรรมการกสทช. ดำเนินคดีกับสื่อและนักวิชาการที่วิจารณ์การทำงาน </a></div>
<div></div>
<div>หลังจากผ่านมา 5 ปี เป้าหมายในการทำงานของ กสทช.ก็ยังไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ในตอนแรก</div>
<div></div>
<div></div>
<div><img src="https://ilaw.or.th/sites/default/files/u12/NBTC%20Building.jpg" alt="" /></div>
<div></div>
<div></div>
<div><strong>คณะกรรมการ กสทช. 11 คน ปัจจุบันมีโควต้าแบ่งตามความเชี่่ยวชาญประเด็นต่างๆ ชัดเจน</strong></div>
<div></div>
<div>คณะกรรมการ กสทช. มีอยู่ 11 คน มีที่มาตามพ.ร.บ. กสทช. ฉบับปี 2553 ซึ่งกำหนดโควต้าาที่นั่งของกรรมการทั้ง 11 คนไว้ชัดเจน ว่าจะต้องมีผู้ที่เชี่ยวชาญด้านใดบ้าง เพื่อรับประกันความหลากหลายของกรรมการ กสทช. ดังนี้ ตาม พ.ร.บ. กสทช. 2553 ได้กำหนดที่มาของคณะกรรมการ กสทช. ไว้อย่างชัดเจน โดยคณะกรรมการประกอบด้วย 11 คน ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ ดังนี้</div>
<div></div>
<div>1) ผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านกิจการกระจายเสียง 1 คน</div>
<div>2) ผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านกิจการโทรทัศน์ 1 คน</div>
<div>3) ผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญ ด้านกิจการโทรคมนาคม 2 คน</div>
<div>4) ผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ด้านกฎหมาย 2 คน</div>
<div>5) ผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ 2 คน</div>
<div>6) ผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการคุ้มครองผู้บริโภค หรือการส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน อันเป็นประโยชน์ต่อการกำกับดูแลกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ 1 คน</div>
<div>7) ผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการคุ้มครองผู้บริโภค หรือการส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน อันเป็นประโยชน์ต่อการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม 1 คน</div>
<div>8) ผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการศึกษา วัฒนธรรมหรือการพัฒนาสังคม 1 คน</div>
<div></div>
<div><a href="https://www.nbtc.go.th/wps/portal/NBTC/Home/Board/history-2557/!ut/p/z1/04_Sj9CPykssy0xPLMnMz0vMAfIjo8ziDS1NPd0tLQx8_P1DLQ0cTYN8nZ3NPA18HY30w8EKDFCAo4FTkJGTsYGBu7-RfhQx-vEoiMIwHtkioP4oVCvcPYOcDRzNTIKdzAyCDZwNjaEK8DmRkCUFuaERBpmeigAQzPjr/dz/d5/L2dBISEvZ0FBIS9nQSEh/">คณะกรรมการ กสทช. ชุดปัจจุบัน </a>ประกอบด้วย กรรมการทั้งหมด 10 คน ดังนี้</div>
<div>1. พลอากาศเอก ธเรศ ปุณศรี ผู้เชี่ยวชายด้านกิจการกระจายเสียง</div>
<div>2. พันเอก นที ศุกลรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกิจการโทรคมนาคม</div>
<div>3. พันเอก รองศาสตราจารย์ ดร. เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านกิจการโทรคมนาคม</div>
<div>4. พันตำรวจเอก ทวีศักดิ์ งามสง่า ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย (อายุเกิน 70 ปี จึงขาดคุณสมบัติ)</div>
<div>5. พลโท ดร.พีระพงษ์ มานะกิจ ผู้เชี่ยวชาญด้านกิจการโทรทัศน์</div>
<div>6. รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ศีลพิพัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์</div>
<div>7. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์</div>
<div>8. สุภิญญา กลางณรงค์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพและคุ้มครองผู้บริโภค</div>
<div>9.นายแพทย์ ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพและคุ้มครองผู้บริโภค</div>
<div>10. พลเอก สุกิจ ขมะสุนทร ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา</div>
<div>11. สุทธิพล ทวีชัยการ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย (ลาออกไปเป็นกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน)</div>
<div></div>
<div></div>
<div><img src="https://ilaw.or.th/sites/default/files/u12/NBTC%20Commitee.jpg" alt="" /></div>
<div></div>
<div></div>
<div>คณะกรรมการชุดนี้ ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า หลายคนไม่ได้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านสื่อจริง และหลายคนเป็นอดีตทหารและตำรวจ ทำให้ภารกิจที่จะจัดสรรคลื่นความถี่ให้อยู่ในมือประชาชนยังไปไม่ถึงไหน และผลงาน กสทช. ที่ผ่านมากลับเป็นองค์กรที่มีชื่อเสียงให้ประชาชนจดจำในด้านลบเสียมาก เช่น <a href="http://www.nbtcpolicywatch.org/press_detail.php?i=1166&amp;t=1">การใช้งบประมาณหลายร้อยล้านบาทในการไปดูงานต่างประเทศ</a>, <a href="http://news.thaipbs.or.th/content/6464">การบริจาคเงิน 88 ล้านให้อุทยานราชภักดิ์</a>, <a href="http://thaipublica.org/2012/09/reserve-price-for-auctioning-3g/">การเปิดประมูลคลื่น 3G โดยกำหนดกติกาเอื้อสามบริษัทยักษ์ใหญ่</a> โดยมีกรรมการ 2 จาก 10 คน คือ นายแพทย์ ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา และ สุภิญญา กลางณรงค์ ที่คุ้นเคยทำงานใกล้ชิดกับภาคประชาสังคมกลายเป็นเสียงข้างน้อยในการลงมติเรื่องต่างๆ</div>
<div></div>
<div>ซึ่งนายแพทย์ประวิทย์ เป็นกรรมการที่ได้ที่นั่งตามโควต้าเนื่องจากเป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการคุ้มครองผู้บริโภคอันเป็นประโยชน์ต่อการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม จากประสบการณ์ที่เคยเป็นผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) ส่วนสุภิญญา เป็นกรรมการที่ได้ที่นั่งตามโควต้าเนื่องจากเป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน อันเป็นประโยชน์ต่อการกำกับดูแลกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ จากประสบการณ์เคยเป็นประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.) ซึ่งเป็นเอ็นจีโอที่ทำงานเกี่ยวกับเสรีภาพสื่อ</div>
<div></div>
<div></div>
<div><strong>กว่าจะได้เป็นกรรมการ กสทช. ต้องสรรหาจากภาคประชาชนและให้ส.ว.ตัดสินใจ</strong></div>
<div></div>
<div>ตามพ.ร.บ. กสทช. ปัจจุบัน วิธีการกว่าจะได้มาซึ่งกรรมการ กสทช. ค่อนข้างซับซ้อน โดยมีที่มาจากสองแนวทาง คือ วิธีการคัดเลือกกันเองขององค์กรภาคประชาสังคม และวิธีการสรรหาโดยคณะกรรมการ</div>
<div></div>
<div>วิธีการคัดเลือกกันเอง เริ่มจากให้สมาคมวิชาชีพด้านวิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคม, มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนด้านการสื่อสาร การโทรคมนาคม นิติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และ เอ็นจีโอด้านผู้บริโภค สิทธิเสรีภาพ การศึกษา วัฒนธรรม ฯลฯ ที่ทำงานมาไม่น้อยกว่า 5 ปี มีสิทธิเสนอชื่อผู้ที่สมควรเป็นกรรมการ กสทช. ในด้านที่เกี่ยวข้องกับงานของตัวเอง เสนอได้องค์กรละ 2 คน และให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาจัดประชุมเพื่อให้ผู้ถูกเสนอชื่อทั้งหมดคัดเลือกกันเอง ให้เหลือสองเท่าของจำนวนกรรมการที่จะต้องเลือก</div>
<div></div>
<div>วิธีการสรรหา เริ่มจากสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเปิดรับสมัครให้ผู้ที่มีคุณสมบัติมาเสนอตัวเอง และให้มีคณะกรรมการสรรหา ทำหน้าที่คัดเลือกให้เหลือสองเท่าของจำนวนกรรมการที่จะต้องเลือก คณะกรรมการสรรหาชุดนี้มี  15 คน ประกอบไปด้วย</div>
<div></div>
<div>(1) ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ</div>
<div>(2) ประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ</div>
<div>(3) ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี</div>
<div>(4) ปลัดกระทรวงกลาโหม</div>
<div>(5) ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร</div>
<div>(6) ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ</div>
<div>(7) นายกสภาวิศวกร</div>
<div>(8) ประธานสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย</div>
<div>(9) นายกสมาคมวิชาการนิเทศศาสตร์และการสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย</div>
<div>(10) นายกสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์</div>
<div>(11) ประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน</div>
<div>(12) ประธานกรรมการสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย</div>
<div>(13) ประธานสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย</div>
<div>(14) ประธานสหพันธ์วิทยุชุมชนแห่งชาติ</div>
<div>(15) ประธานสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค</div>
<div></div>
<div>ซึ่งพอจะเห็นได้ว่า คณะกรรมการสรรหาตามข้อ (1) – (6) มาจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องจากหลากหลายประเด็น ส่วน (7) – (15) เป็นองค์กรภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้องกับวิทยุโทรทัศน์ และการสื่อสารโทรคมนาคม</div>
<div></div>
<div>และเมื่อได้รายชื่อจากทั้งการคัดเลือกกันเอง และการสรรหา แล้ว ก็วุฒิสภาเป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย คัดเลือกรายชื่อทั้งหมดให้เหลือ 11 คน คือ ผู้ที่จะเป็นกรรมการ กสทช. จริงๆ</div>
<div></div>
<div></div>
<div><strong>คสช. เสนอการสรรหาแบบใหม่ เตรียมกินรวบ ปิดช่องทางประชาชนมีส่วนร่วม</strong></div>
<div></div>
<div>แม้กระบวนการได้มาของกรรมการ กสทช. ตามกฎหมายปี 2553 จะค่อนข้างซับซ้อน เปิดช่องให้คนที่เกี่ยวข้องกับประเด็นการสื่อสารจากทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมด้วย แต่กรรมการชุดแรกก็ยังถูกข้อครหาทั้งในด้านความรู้ความสามารถและผลงาน ข้อเสนอเรื่องการแก้ไขที่มาของกรรมการ กสทช. จึงยังเป็นข้อถกเถียงที่มีอยู่เรื่อยมา</div>
<div></div>
<div>26 เมษายน 2559 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลงนามในหนังสือจากสำนักนายกรัฐมนตรี ส่งร่างแก้ไข พ.ร.บ. กสทช. ให้สนช. พิจารณาออกเป็นกฎหมาย หนึ่งในประเด็นที่โดดเด่นของการเสนอแก้ไขครั้งนี้ คือ การเสนอระบบการคัดเลือกกรรมการ กสทช. ขึ้นใหม่ ดังนี้</div>
<div></div>
<div>1. ลดจำนวนกรรมการ กสทช. จาก 11 คน เหลือ 7 คน</div>
<div>2. เปลี่ยนอายุของกรรมการ จากเดิมที่ต้องมีอายุระหว่าง 35 – 70 ปี เป็น 45-65 ปี</div>
<div>3. ยกเลิกวิธีการคัดเลือกกันเองของภาคประชาสังคม เหลือเพียงวิธีการสรรหา</div>
<div>4. เพิ่มคุณสมบัติของกรรมการ ต้องเป็นหรือเคยเป็นข้าราชการตำแหน่งหัวหน้ากรมขึ้นไป หรือ มีตำแหน่งรองศาสตราจารย์ขึ้นไป หรือ มียศพลโทขึ้นไป หรือเป็นผู้บริหารบริษัทมหาชนที่มีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันล้านบาท หรือมีประสบการณ์ด้านคุ้มครองผู้บริโภคไม่น้อยกว่าสิบปี</div>
<div>5. เปลี่ยนคณะกรรมการสรรหาให้เหลือ 7 คน ได้แก่ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานป.ป.ช. ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย</div>
<div>6. ยกเลิกระบบโควต้าที่นั่งตามความรู้ความเชี่ยวชาญ แต่กำหนดรวมๆ เพียงว่า ให้แต่งตั้งกรรมการจากผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านกิจการกระจายเสียง โทรทัศน์ โทรคมนาคม วิศวกรรมศาสตร์ กฎหมาย เศรษฐศาสตร์ และคุ้มครองผู้บริโภค อย่างละกี่คนก็ได้</div>
<div></div>
<div>ระบบการคัดเลือกกรรมการ กสทช. ที่รัฐบาล คสช. เสนอขึ้นใหม่ ยังคงเริ่มจากการเปิดให้คนที่มีคุณสมบัติสมัครเข้ามาเอง โดยคนตัดสินสุดท้ายเป็นวุฒิสภาเช่นเดิม แต่มีข้อสังเกตว่า คณะกรรมการสรรหาทั้ง 7 คนตามระบบใหม่ เป็นตัวแทนจากศาลและองค์กรอิสระ ซึ่งองค์กรอิสระตามร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ก็มาจากสรรหาโดยคณะกรรมการที่ประกอบไปด้วยตัวแทนของศาล และเห็นชอบโดยวุฒิสภา วนกลับไปมาอยู่ในวงจรเดียวกัน</div>
<div></div>
<div>นอกจากนี้ ยังมีข้อสังเกตว่า คณะกรรมการ กสทช. ชุดปัจจุบัน จะหมดวาระลงในเดือนตุลาคม 2560 จึงเป็นไปได้ว่า ผู้มีอำนาจคัดเลือกกรรมการ กสทช. ชุดต่อไป อาจเป็นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่ง คสช. แต่งตั้งขึ้นให้ทำหน้าที่แทนวุฒิสภา หรือไม่ก็เป็นสมาชิกวุฒิสภาชุดต่อไป ซึ่งจะมาจากการคัดเลือกของ คสช. ทั้งหมดอีกเช่นกัน ดังนั้น คสช. จึงจะมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากในการได้มาซึ่งกรรมการ กสทช. ตามระบบใหม่ที่เสนอขึ้นนี้</div>
<div></div>
<div>ส่วนช่องทางที่ภาคประชาสังคม ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับวิทยุโทรทัศน์และการสื่อสารโทรคมนาคม จะมีส่วนร่วมในการเลือกกรรมการ กสทช. ได้ถูกตัดออกหมดแล้ว</div>
<div></div>
<div></div>
<div><strong>ประวิทย์-สุภิญญา ค้าน ให้ศาลเป็นกรรมการสรรหาทั้งที่ไม่เข้าใจงานกสทช. </strong></div>
<div></div>
<div>22 สิงหาคม 2559 นายแพทย์ประวิทย์ และสุภิญญา สองกรรมการ กสทช. เสียงข้างน้อย <a href="http://nbtcrights.com/2016/09/6787">ส่งจดหมายถึงสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คัดค้านข้อเสนอแก้ไขพ.ร.บ. กสทช. ฉบับนี้ </a>โดยระบุว่า การกำหนดโควต้าที่นั่งตามความรู้ความเชี่ยวชาญยังจำเป็น เพื่อให้มีหลักประกันว่าจะได้กรรมการที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญครบทุกด้าน</div>
<div></div>
<div>จดหมายของสองกรรมการ กสทช. ระบุด้วยว่า คณะกรรมการสรรหา 7 คน ที่ประกอบไปด้วยศาลและองค์กรอิสระไม่ใช่ผู้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกิจการกระจายเสียง โทรทัศน์ และโทรคมนาคม หรือมีประสบการณ์ด้านอุตสาหกรรมสื่อ จึงไม่อาจเป็นหลักประกันได้ว่าจะคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมได้ การให้องค์กรอิสระเป็นผู้คัดเลือกจะขัดแย้งกับบทบาทหลักที่องค์กรอิสระต้องตรวจสอบการทำงานของกสทช. อยู่แล้ว และการกำหนดคุณสมบัติของกรรมการ กสทช. เพิ่มเติมให้ต้องเป็นข้าราชการระดับสูง ไม่สะท้อนความรู้ความเชี่ยวชาญที่จะเป็นประโยชน์ต่อการปฎิบัติหน้าที่ของ กสทช.</div>
<div></div>
<div>มีข้อสังเกตว่า เนื่องจากทั้งนายแพทย์ประวิทย์ และสุภิญญา ได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการ กสทช. ตามโควต้าความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน จึงเป็นไปได้ว่า การยกเลิกระบบบังคับให้มีตัวแทนความรู้ความเชี่ยวชาญต่างๆ ตามโควต้าที่นั่ง อาจทำให้คนที่ใกล้ชิดกับภาคประชาชนอย่าง นายแพทย์ประวิทย์และสุภิญญา มีโอกาสน้อยลงที่จะได้รับการคัดเลือกเข้ามาเป็นกรรมการ กสทช. และการกำหนดอายุของกรรมการอย่างน้อย 45 ปี จะทำให้คนรุ่นใหม่เข้ามาเป็นกรรมการ กสทช. ไม่ได้อีก ซึ่ง สุภิญญา เป็นตัวอย่างของคนรุ่นใหม่ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการตอนอายุ 38 ปี</div>
<div></div>
<div></div>
<div></div>
<div><strong>แก้อีกหลายประเด็น ทั้งจำกัดอำนาจใต้นโยบายดิจิทัล เลิกระบบตรวจสอบจากภายนอก </strong></div>
<div></div>
<div>นอกจากการเสนอระบบคัดเลือกกรรมการ กสทช. ชุดใหม่แล้ว ร่างแก้ไข พ.ร.บ. กสทช. ฉบับนี้ ยังเสนอแก้ประเด็นสำคัญๆ อีกหลายเรื่อง ตัวอย่างเช่น</div>
<div></div>
<div><strong>1. ยกเลิกความเป็นองค์กรอิสระของ กสทช. </strong></div>
<div>ตามร่างแก้ไข พ.ร.บ. กสทช. กำหนดให้ กสทช. มีหน้าที่จัดทำแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ ให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในกรณีที่มีปัญหาว่าการทำงานของ กสทช. สอดคล้องกับแผนระดับชาติดังกล่าวหรือไม่ ให้คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นผู้วินิจฉัย เท่ากับว่า กสทช. จะไม่ใช่องค์กรที่ดำเนินงานโดยอิสระอีกต่อไป การบริหารจัดสรรคลื่นความถี่ยังคงต้องทำตามแผนระดับชาติดังกล่าว ซึ่งยังไม่เห็นว่าจะเขียนออกมาโดยมุ่งจัดสรรคลื่นความถี่อย่างไร</div>
<div></div>
<div><strong>2. การประมูลคลื่นความถี่ ด้วยหลักเกณฑ์อื่นที่ไม่ใช่จำนวนเงินเพียงอย่างเดียว</strong></div>
<div>ตามกฎหมายปัจจุบัน การอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อกิจการทางธุรกิจ กสทช. ต้องคัดเลือกผู้ได้รับใบอนุญาตโดยการประมูล ผู้ที่เสนอจ่ายเงินให้รัฐเป็นจำนวนมากที่สุดจะได้รับอนุญาตให้ใช้ช่องความถี่ต่างๆ แต่ร่างแก้ไขพ.ร.บ. กสทช. กำหนดเรื่องนี้ใหม่ว่า การคัดเลือกให้ทำโดยวิธีการประมูลคลื่นความถี่ แต่หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการประมูลต้องคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะ และประโยชน์ที่ผู้บริโภคจะได้รับ โดยจะคำนึงถึงจำนวนเงินที่เสนอให้แต่เพียงอย่างเดียวมิได้ ซึ่งอาจเปิดช่องให้กรรมการ กสทช. ในอนาคต มีดุลพินิจเลือกผู้ได้รับอนุญาตที่ตนเองถูกใจได้</div>
<div></div>
<div><strong>3. ยกเลิกระบบตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ</strong></div>
<div>ตามกฎหมายปัจจุบันมีคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการทำงานของ กสทช. หรือที่เรียกว่า &#8220;ซุปเปอร์บอร์ด&#8221; ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ คอยทำติดตามตรวจสอบการทำงานและทำรายงานประเมินผลอยู่ ตามร่างแก้ไข พ.ร.บ.กสทช. เสนอให้ยกเลิกคณะกรรมการชุดนี้ แล้วให้มีคณะกรรมการตรวจสอบเป็นผู้แทนกระทรวงการคลัง, ผู้แทนจากกระทรวงดิจิทัล, สำนักงบประมาณ, สำนักงานปปช. และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ยกเลิกการรายงานกรรมการเป็นรายบุคคล และยกเลิกการเปิดเผยผลการตรวจสอบต่อสาธารณะ</div>
<div></div>
<div>ฯลฯ</div>
<div></div>
<div>มีข้อสังเกตว่า ก่อนหน้านี้ ประเด็นสำคัญที่ กสทช. ถูกวิจารณ์จากสังคมมาโดยตลอด คือ การใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟือยและทำงานล่าช้า แต่ร่างแก้ไข พ.ร.บ.กสทช. ฉบับใหม่ที่ คสช. เสนอขึ้นมานี้ กลับไม่ได้สร้างกลไกลเพื่อมุ่งแก้ไขปัญหาเดิม และพัฒนาองค์กร กสทช. ให้ไปในทิศทางการปฏิรูปสื่อตามความคาดหวังตั้งต้น โดยทำงานได้รวดเร็วขึ้นและตรวจสอบได้มากขึ้น ในทางตรงกันข้ามกับมีแต่ข้อเสนอที่ทำให้ กสทช. มีอิสระน้อยลงและตรวจสอบได้ยากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตัดการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดสรรคลื่นความถี่ออกไปแทบจะทั้งหมด</div>
<div></div>
</div>
</div>
<div class="SPOSTARBUST-Related-Posts"><H3>ข่าวที่เกี่ยวข้อง</H3><ul class="entry-meta"><li class="SPOSTARBUST-Related-Post"><a title="เปิดความเห็น : ร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ และ วาระการดำเนินโครงการสนับสนุนการศึกษาวิจัยของพนักงาน" href="http://www.supinya.com/2016/09/3354/" rel="bookmark">เปิดความเห็น : ร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ และ วาระการดำเนินโครงการสนับสนุนการศึกษาวิจัยของพนักงาน</a> (1 ก.ย. 2016) </li>
<li class="SPOSTARBUST-Related-Post"><a title="5 ปี กสทช.เสียงข้างน้อย ทำไมคุ้มครองผู้บริโภคไม่ได้" href="http://www.supinya.com/2016/08/7853/" rel="bookmark">5 ปี กสทช.เสียงข้างน้อย ทำไมคุ้มครองผู้บริโภคไม่ได้</a> (9 ส.ค. 2016) </li>
<li class="SPOSTARBUST-Related-Post"><a title="เปิดรายงานศึกษากม.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สปช.สื่อ" href="http://www.supinya.com/2015/04/0804-2/" rel="bookmark">เปิดรายงานศึกษากม.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สปช.สื่อ</a> (8 เม.ย. 2015) </li>
<li class="SPOSTARBUST-Related-Post"><a title="ความเห็นสุภิญญาต่อข้อเสนอแนะแก้ไขร่าง พรบ. กสทช. ส่งถึงปธ.กฤษฎีกาคณะ1" href="http://www.supinya.com/2015/03/1903/" rel="bookmark">ความเห็นสุภิญญาต่อข้อเสนอแนะแก้ไขร่าง พรบ. กสทช. ส่งถึงปธ.กฤษฎีกาคณะ1</a> (19 มี.ค. 2015) </li>
<li class="SPOSTARBUST-Related-Post"><a title="เปิดความเห็น : การแก้ไขพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553, การอนุมัติผังรายการหลักของผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ เพื่อให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ สำหรับกิจการไม่ใช้คลื่นความถี่ แบบบอกรับสมาชิก" href="http://www.supinya.com/2015/01/5802/" rel="bookmark">เปิดความเห็น : การแก้ไขพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553, การอนุมัติผังรายการหลักของผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ เพื่อให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ สำหรับกิจการไม่ใช้คลื่นความถี่ แบบบอกรับสมาชิก</a> (20 ม.ค. 2015) </li>
</ul></div><div style="float: right; margin-left: 10px;"><a href="http://twitter.com/share?url=http://www.supinya.com/2016/09/7854/&via=supinya&text=เสนอเปลี่ยนที่มา กสทช. สรรหาโดยศาลและองค์กรอิสระ ประชาชนไม่มีส่วนร่วม&related=:&lang=en&count=horizontal" class="twitter-share-button">Tweet</a><script type="text/javascript" src="http://platform.twitter.com/widgets.js"></script></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.supinya.com/2016/09/7854/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สุภิญญาค้านนำเงินรัฐจ่ายชดเชยค่าคืนคลื่นในร่าง กม.ใหม่ หากแก้ไขต้องดีกว่าเดิม</title>
		<link>http://www.supinya.com/2015/07/9763/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=9763</link>
		<comments>http://www.supinya.com/2015/07/9763/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 12 Jul 2015 04:17:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[จับตา...เรื่องสำคัญ]]></category>
		<category><![CDATA[จับตาวาระ กสท]]></category>
		<category><![CDATA[ร่างพรบ.กสทช]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.supinya.com/?p=6479</guid>
		<description><![CDATA[....]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.supinya.com/wp-content/uploads/2015/07/nbc1.jpg" rel="lightbox[6479]"><img class="aligncenter size-full wp-image-6480" title="nbc" src="http://www.supinya.com/wp-content/uploads/2015/07/nbc1.jpg" alt="" width="800" height="600" /></a></p>
<p align="center"><strong>สุภิญญา</strong><strong>ค้านนำเงินรัฐจ่ายชดเชยค่าคืนคลื่นในร่าง กม.ใหม่<br />
ส่วนคุณสมบัติ/ความเป็นอิสระ/อำนาจหน้าที่/การตรวจสอบควรยืนตามกฎหมาย</strong><strong>ปัจจุบันหรือต้องดีกว่าเดิม</strong></p>
<p>นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 ก.ค. ที่ผ่านมาได้รับแจ้งจากสำนักงานในช่วงเช้าว่าจะมีการประชุม กสทช.นัดพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม(ฉบับที่&#8230;) พ.ศ. &#8230; หรือ ร่าง พรบ. กสทช. ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ทำหนังสือด่วนลงวันที่ 3 ก.ค.ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องแจ้งยืนยันภายในวันที่ 10 ก.ค. แต่ตนไม่สามารถเข้าร่วมการประชุมได้เนื่องจากติดภารกิจในการติดตามความคืบหน้าการขยายโครงข่ายภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลจึงได้ส่งความเห็นไปยังเลขาธิการ กสทช. เพื่อดำเนินการต่อไปโดยคาดว่าเร็วๆนี้ จะมีการนำเสนอคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติดำเนินการต่อไป</p>
<p>นางสาวสุภิญญา กล่าวว่า <strong>ร่างพรบ. กสทช.ที่ได้เสนอมานั้น มีหลายเรื่องสำคัญที่ตนเห็นว่าควรยืนตาม พรบ. กสทช.ฉบับเดิมที่ใช้อยู่ปัจจุบัน ได้แก่ ประเด็น องค์ประกอบของกรรมการ กสทช.</strong> <strong>คุณสมบัติ คณะกรรมการสรรหาและการดำเนินการคัดเลือก</strong> เนื่องจากการปรับเปลี่ยนองค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหาใหม่ทั้งหมดพบว่า ไม่ได้เป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ หรือกิจการโทรคมนาคม อีกทั้งตัวแทนจากองค์กรอิสระที่จะดำเนินการสรรหา กสทช. อย่างเช่น ปปช. หรือ คตง. มีภารกิจหลักในฐานะที่เป็นผู้ตรวจสอบ กสทช. อยู่แล้ว  รวมทั้ง<strong>หลักความเป็นอิสระของหน่วยงานกำกับดูแล</strong> กฎหมายฉบับใหม่กำหนดว่า ในกรณีที่มีปัญหาว่าการดำเนินการของ กสทช. สอดคล้องกับนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมหรือไม่ ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเสนอคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเพื่อวินิจฉัยชี้ขาด ตนเห็นว่า บทบัญญัตินี้ขัดกับหลักความเป็นอิสระของหน่วยงานกำกับดูแลโดยสิ้นเชิง เนื่องจากเป็นการเปิดโอกาสให้คณะกรรมการดิจิทัลฯ สามารถปรับปรุงแก้ไขแผนและนโยบายของหน่วยงานกำกับดูแลได้ ซึ่ง พ.ร.บ.ฉบับปัจจุบันได้กำหนดให้ กสทช.ต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา <strong>ด้านการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่</strong> ซึ่งยังคงการคัดเลือกโดยวิธีการประมูล แต่ได้เพิ่มหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการประมูลต้องคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะ และประโยชน์ที่ผู้บริโภคจะได้รับ โดยจะคำนึงถึงจำนวนเงินที่เสนอให้แต่เพียงอย่างเดียวมิได้ ซึ่งการเขียนข้อยกเว้นไว้ในลักษณะนี้ อาจเป็นการเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจและจัดสรรคลื่นด้วยวิธีคัดเลือกคุณสมบัติ อันจะก่อให้เกิดปัญหาเรื่องความโปร่งใสตามมา <strong>ประเด็นกลไกตรวจสอบ กสทช</strong><strong>.</strong> ตนเห็นว่าที่มาและองค์ประกอบของคณะกรรมการกำกับการประเมินผลการปฏิบัติงานขาดความเหมาะสม เช่น ผู้แทนจาก ปปช. หรือ สตง. เป็นหน่วยงานหรือกลไกรัฐที่มีหน้าที่ตรวจสอบการดำเนินงานของ กสทช.อยู่แล้ว อีกทั้งยังมีความคาบเกี่ยวระหว่างการเป็นกรรมการสรรหาและตัวแทนขององค์กรเหล่านี้เป็นคณะกรรมการกำกับการประเมินผลการปฏิบัติงาน นอกจากนี้กระบวนการประเมินยังมีลักษณะเป็นเพียงกลไกภายใน ซึ่งดิฉันเห็นว่ากลไกการตรวจสอบ กสทช.ควรเป็นหน่วยงานประเมินจากภายนอก (External audit) และมีการเปิดเผยผลการประเมินดังกล่าวต่อสาธารณะ</p>
<p><strong>ประเด็นการสนับสนุนการชดเชยการถูกเรียกคืนคลื่นความถี่</strong> ที่ได้มีเพิ่มเติมใหม่ นางสาวสุภิญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า การต้องใช้เงินของรัฐชดเชยหรือเยียวยาในกรณีที่ต้องนำคลื่นความถี่กลับมาจัดสรรใหม่ เป็นกรณีที่ผิดไปจากหลักการและข้อเท็จจริง เนื่องจากการเรียกคืนคลื่นความถี่ตามแผนแม่บทบริหารคลื่นความถี่ได้กำหนดกรอบเวลาในการปรับตัวไว้อย่างเพียงพอแล้ว รวมทั้งหน่วยงานรัฐต่างรับรู้แนวทางการเรียกคืนคลื่นความถี่เพื่อนำมาจัดสรรใหม่นับตั้งแต่ที่ พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรฯ ปี 2553 มีผลบังคับใช้ หน่วยงานรัฐส่วนใหญ่ถือครองคลื่นและประกอบกิจการในเชิงพาณิชย์ตลอดระยะเวลาที่ล่วงเลยมากว่า 15 ปี จึงไม่มีเหตุผลหรือความเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง ที่จะต้องนำเงินของรัฐไปจ่ายเป็นค่าชดเชยให้กับหน่วยงานของรัฐเอง<strong></strong></p>
<p><strong>ประเด็นการบริหารกิจการภายในของสำนักงาน กสทช. </strong>มีข้อสังเกตว่า ในการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ มีบางมาตราที่ประสงค์จะแก้ไขการบริหารงานของสำนักงานโดยมีความคลุมเครือในแง่เหตุแห่งความจำเป็น อาทิ มาตรา 38 ที่กำหนดให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา 60 ของพ.ร.บ.ปัจจุบัน และเสนอให้มีรองเลขาธิการ กสทช. ฝ่ายนโยบายและรองเลขาธิการฝ่ายประจำ ตามจำนวนที่ กสทช.กำหนด รองเลขาธิการ กสทช.ฝ่ายประจำต้องแต่งตั้งจากพนักงานประจำของสำนักงาน กสทช.  หรือ บทบัญญัติในมาตรา 46 วรรคสองและวรรคสาม พบว่า มีเนื้อความที่สร้างความสับสนในเรื่องการกลับเข้ามาของตำแหน่งรองเลขาธิการ กสทช. โดยให้มีฐานะเป็นพนักงานประจำของสำนักงาน กสทช. เป็นต้น<strong></strong></p>
<p><strong>ประเด็นสุดท้ายการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการปรับปรุงกฎหมาย </strong>นับตั้งแต่มีข้อเสนอในเรื่องการแก้ไขกฎหมาย กสทช. ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา พบว่า ทุกภาคส่วนมีข้อเสนอแนะ และแสดงความห่วงใยในหลากหลายประเด็น ดิฉันจึงเห็นว่าขั้นตอนของการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ควรนำความเห็นที่หลายฝ่ายได้นำเสนอไปแล้วมาพิจารณา ประกอบกับเปิดให้ทั้งภาครัฐ เอกชน นักวิชาการ องค์กรผู้บริโภค และตัวแทนภาคประชาสังคม ตลอดจนองค์กรวิชาชีพที่เกี่ยวข้องเข้ามา มีส่วนในกระบวนการพิจารณาจัดทำร่างฯ เพื่อให้เกิดความรอบคอบและประโยชน์สูงสุดต่อการจัดสรรทรัพยากรต่อไป</p>
<p>ส่วนในวันจันทร์ที่ 13 ก.ค. นี้ การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) ครั้งที่ 23/2558 มีวาระการประชุมสำคัญน่าจับตา ได้แก่ วาระการแต่งตั้งผู้ดำเนินดำเนินคดีปกครอง กรณีผู้รับใบอนุญาตช่องไทยทีวีและโลก้า ฟ้อง กสทช. โดยเมื่อวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา ศาลได้ขอให้คู่กรณีไปเจรจาหาทางออกอื่นๆต่อไป วาระการปรับปรุงประกาศ กสทช. เรื่องมาตรฐานของสัญญาการให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกมิให้ถูกเอาเปรียบจากผู้ประกอบกิจการ วาระสรุปผลการรับฟังความเห็นสาธารณะต่อแผนความถี่วิทยุและมาตรฐานทางเทคนิคสำหรับกิจการวิทยุกระจายเสียงระบบเอฟเอ็ม เอ.เอ็ม และระบบดิจิตอลส่วนตัวเห็นว่าแผนการสนับสนุนวิทยุดิจิตอลเป็นเรื่องใหญ่ที่กระทบทุกภาคส่วน ถ้าไม่อยากให้เกิดปัญหาบางอย่างซ้ำรอยทีวีดิจิตอล ควรใช้เวลาพูดคุยกับทุกภาคส่วนให้เห็นภาพร่วมกันก่อนเร่งตัดสินใจเสนอหลักการต่อบอร์ดใหญ่ และวาระอื่นๆ ติดตามผลการประชุมทั้งหมดในวันจันทร์นี้ &#8230;</p>
<div style="float: right; margin-left: 10px;"><a href="http://twitter.com/share?url=http://www.supinya.com/2015/07/9763/&via=supinya&text=สุภิญญาค้านนำเงินรัฐจ่ายชดเชยค่าคืนคลื่นในร่าง กม.ใหม่ หากแก้ไขต้องดีกว่าเดิม&related=:&lang=en&count=horizontal" class="twitter-share-button">Tweet</a><script type="text/javascript" src="http://platform.twitter.com/widgets.js"></script></div><div class="SPOSTARBUST-Related-Posts"><H3>ข่าวที่เกี่ยวข้อง</H3><ul class="entry-meta"><li class="SPOSTARBUST-Related-Post"><a title="กสท. เตรียมถกเรื่องจ่ายค่าธรรมเนียม แอนะล็อก ดิจิตอล เพื่อสร้างการแข่งขันที่เท่าเทียมกัน" href="http://www.supinya.com/2015/11/6980/" rel="bookmark">กสท. เตรียมถกเรื่องจ่ายค่าธรรมเนียม แอนะล็อก ดิจิตอล เพื่อสร้างการแข่งขันที่เท่าเทียมกัน</a> (15 พ.ย. 2015) </li>
</ul></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.supinya.com/2015/07/9763/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
