<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Blog : www.supinya.com &#187; IGF</title>
	<atom:link href="http://www.supinya.com/tag/igf/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.supinya.com</link>
	<description>สุภิญญา  กลางณรงค์</description>
	<lastBuildDate>Wed, 28 Jul 2021 02:39:31 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.4</generator>
		<item>
		<title>รัฐบาลควรทำเรื่องการส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานในการเข้าถึงเน็ตเพื่อบริการสาธารณะอย่างจริงจัง</title>
		<link>http://www.supinya.com/2015/07/2307/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=2307</link>
		<comments>http://www.supinya.com/2015/07/2307/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 24 Jul 2015 16:46:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องในกระแส]]></category>
		<category><![CDATA[IGF]]></category>
		<category><![CDATA[Internet Governance]]></category>
		<category><![CDATA[Net neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[Sumup]]></category>
		<category><![CDATA[THIGF2015]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.supinya.com/?p=6545</guid>
		<description><![CDATA[Sum up 23 ก.ค. 58]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.supinya.com/wp-content/uploads/2015/07/SumUpnew4.jpg" rel="lightbox[6545]"><img class="aligncenter size-full wp-image-6546" title="SumUpnew" src="http://www.supinya.com/wp-content/uploads/2015/07/SumUpnew4.jpg" alt="" width="640" height="480" /></a></p>
<p>A summary of my talks on Internet Governance &amp; Net Neutrality at a national forum hosted by @thainetizen , Chula , NBTC &amp; more today.</p>
<p>สรุปงานวันนี้ 23 กรกฎาคม 2558 เช้าเรื่องการอภิบาลอินเตอร์เน็ต<br />
บ่าย ประชุมคณะทำงานแม่น้ำ 5 สายแก้ปัญหาทีวีดิจิตอล โดยย่อเฉพาะงานเช้าดังนี้ค่ะ</p>
<p>วันนี้น่าจะเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่พูดเรื่องการอภิบาลอินเตอร์เน็ต (Internet Governance) แบบจริงจัง จัดโดย @thainetizen ศูนย์ศึกษานโยบายสื่อ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ และพหุภาคี รวมทั้งหน่วยงานกำกับดูแลคือ กสทช. ด้วย</p>
<p>เวทีสากลใช้คำว่าการอภิบาลอินเตอร์เน็ต แทนคำว่าการกำกับดูแล เพราะนัยยะของอินเตอร์เน็ต มันกำกับดูแลหรือควบคุมโดยอำนาจแบบเดิมไม่ได้</p>
<p>วันนี้มีเวทีพูดว่าใครควรกำกับดูแลอินเตอร์เน็ต คำตอบคงไม่ใช่หน่วยงานรัฐอย่างเดียวแน่ๆ และในประเทศไทยเอง กฎหมายก็ยังตราไม่ชัดว่าใครคือคนกำกับภาพรวมทั้งหมด</p>
<p>ดังนั้น เราจึงควรถกเถียงเรื่องการ อภิบาลอินเตอร์เน็ต อย่างกว้างขวาง แทนการควบคุมกำกับโดยรัฐชาติ เพราะทำได้ยากในยุคเทคโนโลยีไร้พรหมแดน การอภิบาลอินเตอร์เน็ต ครอบคลุมหลายเรื่อง อาทิ การเข้าถึง ความมั่นคงปลอดภัย การเผยแพร่เนื้อหา เศรษฐกิจดิจิตอลและโครงสร้างพื้นฐาน</p>
<p>วันนี้ดิฉันร่วมอภิปรายในสองหัวข้อ อันแรกคือใครควรกำกับดูแล หรือ อภิบาลอินเตอร์เน็ต คำตอบคือทุกภาคส่วน แยกย่อยออกมาได้ดังนี้</p>
<p>ในแง่การส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการเข้าถึงเทคโนโลยีการสื่อสาร และ ราคาที่เข้าถึงได้อย่างเป็นธรรม ยังคงเป็นหน้าที่ของรัฐและองค์กรกำกับ</p>
<p>การกำกับอุตสาหกรรมและกลไกตลาดในสัดส่วนที่เหมาะสมโดยภาครัฐหรือองค์กรกำกับดูแล ยังมีความสำคัญเพื่อส่งเสริมการแข่งขันเสรีเป็นธรรม ลดการผูกขาด</p>
<p>เมื่อ กสทช. กำกับดูแลเรื่องการจัดสรรคลื่นความถี่ รัฐบาลควรทำเรื่องการส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานในการเข้าถึงเน็ตเพื่อบริการสาธารณะอย่างจริงจัง</p>
<p>ในมิติเรื่องการเผยแพร่และเข้าถึงเนื้อหาในอินเตอร์เน็ต การใช้อำนาจรัฐควบคุมเกินจำเป็นนั้นทำไม่ได้จริงและไม่ควรทำ ทางออกคืออุตสาหกรรมและผู้ใช้</p>
<p>ระบบของอินเตอร์เน็ตทุกวันนี้ ออกแบบให้มีการกำกับตนเองของผู้ดูแลระบบอยู่แล้ว ที่เรียกว่าระบบ Notice &amp; take down หรือการ Report เนื้อหา</p>
<p>รัฐอาจสั่งปิดกั้นเว็บเพจบางหน้าได้ แต่ปัจจุบันนี้การแสดงออกย้ายไปอยู่ใน social media ที่อำนาจรัฐเอื้อมมือไปถึงเหมือนกัน แต่ยากกว่าเดิม มาถึงจุดนี้ การที่รัฐจะปิดระบบ social media อาทิ fb twitter ig Line เป็นสิ่งที่ใครคงไม่กล้าคิดอีก แม้อาจมีความพยายามแทรกแซงรูปแบบอื่นๆ</p>
<p>รัฐบางประเทศตัดสินใจปิดระบบ social media ไปเลย เพื่อตัดปัญหา แล้วสร้างระบบของประเทศตนเองให้คนในประเทศใช้ เพื่อการควบคุมที่ง่ายกว่า</p>
<p>แม้แต่คนที่ไม่ชอบสหรัฐอเมริกา ก็ไม่อาจตัดใจจากการใช้เน็ตและ Social networkได้ เพราะสหรัฐเองคือต้นกำเนิดของเทคโนโลยีนี้ โลกขึ้นกับเขาเต็มๆ แม้อำนาจรัฐชาติจะเข้าไปควบคุม social network ยาก แต่ใช่ว่าเราจะไม่มีคนกำกับดูแล อาทิใน fb เราก็อยู่ภายใต้การ *อภิบาล* ของผู้ดูแลระบบอีกที</p>
<p>ประชากรใน facebook มากขึ้นกว่าในประเทศ ส่วนใหญ่คนใช้ก็ยินยอมพร้อมใจให้ผู้ดูแลระบบ *อภิบาล* เราโดยไม่มีข้อโต้แย้ง เขาจะปรับระบบก็ต้องยอม ข้อมูลสารสนเทศจำนวนมาก เกี่ยวกับตัวเรา เราก็ยินยอมพร้อมใจให้ผู้ดูแลระบบเก็บกักรักษาและใช้ประโยชน์จากมัน โดยที่รัฐชาติก็คงปกป้องเราไม่ได้</p>
<p>ดังนั้น คนในสังคมอินเตอร์เน็ต ก็ต้องเรียนรู้ที่จะอภิบาลอินเตอร์เน็ต ด้วยการอภิบาลตนเองในฐานะผู้ใช้บริการและต้องตรวจสอบภาคเอกชนที่ดูแลระบบด้วย เมื่อเทคโนโลยีและสังคมซับซ้อนมากขึ้น รัฐและสังคมก็ต้องละเอียดมากขึ้นในการรับมือ จะใช้วิธีแบบเดิมในการใช้อำนาจควบคุมย่อมเป็นไปได้ยากมาก</p>
<p>พูดเรื่องการกำกับเนื้อหาใน social network อย่าง fb ก็มีระบบ notice &amp; take down หรือการ report โดยเขาจะมี Code เป็นแนวทางการลบเนื้อหา ดิฉันเคยส่ง report ภาพอุจาดตาใน fb ปรากฏว่าแทบทุกอัน ได้รับการตอบรับจากระบบของ fb ให้ลบออก คงเพราะเรามีมาตรฐานใกล้เคียงกับ Code ของ fb</p>
<p>ที่ผ่านมาดิฉันรีพอร์ตพวกภาพอุจาดตา แต่ยังไม่เคยรีพอร์ตการแสดงความคิดของผู้คน ถ้าไม่ถูกใจรุนแรงจะใช้วิธี hide หรือ unfollow ไป ชีวิตก็ดีขึ้น ระบบ notice &amp; take down เป็นส่วนหนึ่งของการอภิบาลอินเทอร์เน็ต ที่เปิดให้คนใช้มีส่วนร่วมให้ผู้ดูแลระบบกำกับดูแลตนเองตามแนวปฏิบัติที่วางไว้</p>
<p>อีกประเภทคือพวกโฆษณาอาหารเสริมใน fb ถ้าโผล่มาแล้วดิฉันว่าง จะร้องเรียนผู้ดูแลระบบ fb ตลอด จนพักหลังใน feed ก็ลดลง พลังของผู้ใช้ก็สำคัญมาก เราต้องตื่นตัวตลอดเวลา ว่าเราใส่ข้อมูลส่วนตัวลงในเน็ตตลอด อาทิ หลังดิฉันจองที่พักผ่านแอพ Airbnb ใน fb feed ก็จะขึ้นโฆษณาที่พักประเทศนั้นเลย ทั้งนี้เพราะเราก็ยอมให้ข้อมูลของแอพหนึ่งเชื่อมต่อกับแอพหนึ่ง ซึ่งโยงถึงความเป็นตัวตนของเรา และข้อมูลของเรา ก็รู้ตัวเองนะ แต่ก็ยินยอมให้เขาได้ข้อมูลไประดับหนึ่งแล้วแลกกับความสะดวกสบาย</p>
<p>สิ่งเหล่านี้เป็นนวัตกรรม และ ส่งเสริม digital economy ทั้งสิ้น ซึ่งเป็นเรื่องดี แต่เราคงต้องหามาตรการเพื่ออภิบาลระบบด้วยกันให้มีมาตรฐาน ในแง่การคุ้มครองความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และ การทำธุรกรรมการเงิน เป็นหน้าที่ของรัฐต้องกำกับดูแลจริงจังขึ้น ซึ่งจะคาบเกี่ยวกับหลายหน่วยงาน อาทิเรื่องธุรกรรมการเงิน ก็ไม่ใช่แค่ภาคเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องของภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต้องออกมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการ</p>
<p>เวลาพูดถึง digital economy นอกจากปัจจัยเรื่องความปลอดภัยของระบบแล้ว ยังมีเรื่องความเพียงพอของ bandwidth โดยเฉพาะบริการแบบไร้สาย ปัญหาของประเทศไทย ไม่ใช่คลื่น bandwidth ไม่เพียงพอ แต่คือมันไม่สามารถนำมาจัดสรรได้อย่างเสรีเป็นธรรม ส่วนหนึ่งเพราะ กสทช. ยังไม่เข้มแข็งพอ</p>
<p>พูดถึงศักยภาพของ bandwidth อีกหัวข้อที่ดิฉันอภิปรายวันนี้คือเรื่องความเป็นกลางของโครงข่าย หรือ Net neutrality ที่เป็นวาระแห่งชาติของสหรัฐ วันนี้ภาคเอกชนไทยบอกว่าบ้านเรายังไม่มีปัญหาเรื่อง ความเป็นกลางของโครงข่ายมากนัก ถ้าเทียบกับในสหรัฐอเมริกา (แต่ก็ใช่ว่าเราไม่ควรใส่ใจ)</p>
<p>ยกตัวอย่างปัญหาความเป็นกลางของโครงข่ายฯในสหรัฐ เช่นกรณีที่แอพของ Netflix ต้องจ่ายเงินให้ ISP อย่าง Comcast เพื่อให้ได้ส่งบริการที่ดีขึ้น ในฝั่งกิจการโทรทัศน์ยุคดิจิตอล ก็มีประเด็นปัญหาความเป็นกลางทางโครงข่ายเช่นกัน กรณีช่องรายการที่ขึ้นดาวเทียม ต้องแข่งกันจ่ายเพื่อแบนด์วิธให้สัญญาณชัดกว่าคนอื่น</p>
<p>เราก็ถกเถียงได้เช่นกันว่า รัฐควรปล่อยมันเป็นกลไกตลาด หรือ รัฐควรเข้ามากำกับแทรกแซงตลาด เพื่อสร้างความเป็นกลางของโครงข่ายฯ เป็นต้น เมื่อเราอยู่ในยุคเทคโนโลยีที่ต้องวิ่งผ่านท่อกลาง แล้วมีคนดูและระบบของท่อ ซึ่งมีอำนาจกว่าอำนาจรัฐอีก ความยากคือความพอดีของการกำกับอยู่จุดใด ในสหรัฐเองก็มีการถกเถียงเรื่องความเป็นกลางของโครงข่าย(net neutrality) แบ่งเป็น 2 ฝ่าย คือที่คิดว่ารัฐควรกำกับและฝ่ายที่ให้ปล่อยเป็นกลไกตลาด</p>
<p>การลงมติเรื่องการคุ้มครองอินเทอร์เน็ตของ @fcc หรือ กสทช.สหรัฐล่าสุด มีมติ 3:2 ฝ่ายที่ให้กำกับชนะ แต่การปฏิบัติจริงต้องไปลุ้นกันที่ศาลอีก</p>
<p>เรื่องโครงข่ายภาคพื้นดินของทีวีดิจิตอล กสทช. กำกับคุณภาพมาตรฐานความเป็นกลางของทุกโครงข่าย MUX แต่กลไกราคาเช่าของช่อง ยังสูงและต่างกันอยู่</p>
<p>วันนี้ สนง.ช่วยทำ slide เรื่องความเป็นกลางของโครงข่ายหรือ Net neutrality บทเรียนจากสหรัฐ นำมาแบ่งปันค่ะยังมีงานอีกมากที่ กสทช. ชุดหน้าต้องทำ โดยเฉพาะถ้าหลอมรวมเป็นองค์กรเดียว ที่ดูทั้งโทรคมนาคม สื่อวิทยุโทรทัศน์ และ อินเตอร์เน็ต ยิ่งซับซ้อน</p>
<p>วาทกรรมเรื่องอินเตอร์เน็ต ประเทศไทยยังติดกับดัก ต้องเถียงกันอยู่ระหว่าง เสรีภาพ กับ ความมั่นคงของผู้มีอำนาจรัฐ ขณะที่สากลเขาถกไปไกลถึงเพื่อรับมือกับอนาคต</p>
<p>ไว้มีเวลาค่อยมาทวิตเรื่องการอภิบาลอินเตอร์เน็ต(Internet Governance) และ ความเป็นกลางของโครงข่าย(Net neutrality)ต่อ คืนนี้ขอพักก่อนค่ะ</p>
<p>ช่วงบ่ายวันที่ผ่านมา มีประชุมคณะทำงานแม่น้ำ 5 สาย แก้ปัญหาการเปลี่ยนผ่านดิจิตอลทีวี ไว้มาสรุปพรุ่งนี้แล้วกันนะคะ เพราะหลายประเด็นมาก</p>
<p>พรุ่งนี้เช้ามีเปิดงานเรื่องรู้เท่าทันสื่อ บ่ายประชุมกับสำนักงานเขต/ภาคเรื่องเคเบิลทีวี เย็นไปปิดอีกงานหนึ่ง ล้วนสำคัญ ไว้มาเล่ารวบยอดค่ะ&#8230;</p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="SPOSTARBUST-Related-Posts"><H3>ข่าวที่เกี่ยวข้อง</H3><ul class="entry-meta"><li class="SPOSTARBUST-Related-Post"><a title="เขาบอกว่า ต้องการ True&#8217;s attention และ การดูแลสมาชิกที่ซื่อสัตย์แบบ “reasonable” ก็พอ" href="http://www.supinya.com/2017/03/6081/" rel="bookmark">เขาบอกว่า ต้องการ True&#8217;s attention และ การดูแลสมาชิกที่ซื่อสัตย์แบบ “reasonable” ก็พอ</a> (8 มี.ค. 2017) </li>
<li class="SPOSTARBUST-Related-Post"><a title="เราไม่มีรายการโทรทัศน์แบบ“มองต่างมุม”ดีเบทเจาะลึกกันในเรื่องการเมืองการปกครองมาเป็นปีๆแล้ว จะให้ทุกช่องเสนอแต่ข่าวอาชญากรรม คงไม่สมดุล" href="http://www.supinya.com/2017/02/6018/" rel="bookmark">เราไม่มีรายการโทรทัศน์แบบ“มองต่างมุม”ดีเบทเจาะลึกกันในเรื่องการเมืองการปกครองมาเป็นปีๆแล้ว จะให้ทุกช่องเสนอแต่ข่าวอาชญากรรม คงไม่สมดุล</a> (9 ก.พ. 2017) </li>
<li class="SPOSTARBUST-Related-Post"><a title="ถ้า กสท.ใช้อำนาจในการคุ้มครองผู้บริโภคแบบที่ใช้อำนาจควบคุมสื่อการเมืองบ้าง จะทำให้สังคมเชื่อมั่นใน กสทช.มากกว่านี้ไหมว่าเราเป็นองค์กรอิสระ" href="http://www.supinya.com/2017/02/6019/" rel="bookmark">ถ้า กสท.ใช้อำนาจในการคุ้มครองผู้บริโภคแบบที่ใช้อำนาจควบคุมสื่อการเมืองบ้าง จะทำให้สังคมเชื่อมั่นใน กสทช.มากกว่านี้ไหมว่าเราเป็นองค์กรอิสระ</a> (8 ก.พ. 2017) </li>
<li class="SPOSTARBUST-Related-Post"><a title="Sum up 29 ม.ค. 60" href="http://www.supinya.com/2017/01/sum-up-29-%e0%b8%a1-%e0%b8%84-60/" rel="bookmark">Sum up 29 ม.ค. 60</a> (30 ม.ค. 2017) </li>
<li class="SPOSTARBUST-Related-Post"><a title="สรุปงาน 25 ม.ค.60" href="http://www.supinya.com/2017/01/6007/" rel="bookmark">สรุปงาน 25 ม.ค.60</a> (26 ม.ค. 2017) </li>
</ul></div><div style="float: right; margin-left: 10px;"><a href="http://twitter.com/share?url=http://www.supinya.com/2015/07/2307/&via=supinya&text=รัฐบาลควรทำเรื่องการส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานในการเข้าถึงเน็ตเพื่อบริการสาธารณะอย่างจริงจัง&related=:&lang=en&count=horizontal" class="twitter-share-button">Tweet</a><script type="text/javascript" src="http://platform.twitter.com/widgets.js"></script></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.supinya.com/2015/07/2307/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
