<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Blog : www.supinya.com &#187; วิทยุเอฟเอ็ม</title>
	<atom:link href="http://www.supinya.com/tag/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%a1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.supinya.com</link>
	<description>สุภิญญา  กลางณรงค์</description>
	<lastBuildDate>Wed, 28 Jul 2021 02:39:31 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.4</generator>
		<item>
		<title>เปิดคำสงวน:ร่างประกาศ เรื่องแผนความถี่วิทยุกระจายเสียงระบบ เอฟ.เอ็ม. และร่างประกาศ มาตรฐานทางเทคนิคเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงระบบ เอฟ.เอ็ม</title>
		<link>http://www.supinya.com/2016/11/4365/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=4365</link>
		<comments>http://www.supinya.com/2016/11/4365/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 07 Nov 2016 06:13:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[พ.ศ.2559]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดเผยมติและความเห็นต่าง]]></category>
		<category><![CDATA[FM]]></category>
		<category><![CDATA[คลื่นความถี่]]></category>
		<category><![CDATA[คลื่นเอฟเอ็ม]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยุเอฟเอ็ม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.supinya.com/?p=8567</guid>
		<description><![CDATA[กสท.37/59 วันจันทร์ 31 ต.ค. 59]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.supinya.com/wp-content/uploads/2016/11/sk1.jpg" rel="lightbox[8567]"><img class="aligncenter size-full wp-image-8568" title="sk" src="http://www.supinya.com/wp-content/uploads/2016/11/sk1.jpg" alt="" width="900" height="600" /></a></p>
<p>ในการประชุม กสท. ครั้งที่ 37/2559 วันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม 2559 นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ ได้สงวนความเห็นในการพิจารณาวาระ <strong>4</strong><strong>.12 เรื่อง ร่างประกาศ กสทช. เรื่อง แผนความถี่วิทยุกระจายเสียงระบบ เอฟ.เอ็ม. และร่างประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรฐานทางเทคนิคเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงระบบ เอฟ.เอ็ม</strong> ตามที่สำนักงานได้เสนอเพื่อให้การใช้งานคลื่นความถี่ภายหลังการสิ้นสุดการอนุญาต สัมปทาน สัญญา และภายหลังระยะเวลาคืนคลื่นความถี่ 5 ปี ของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐ และผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่โดยชอบด้วยกฎหมายเป็นไปอย่างต่อเนื่อง จึงควรมีแผนความถี่วิทยุและมาตรฐานทางเทคนิคสำหรับกิจการกระจายเสียง ซึ่งปัจจุบันสถานีวิทยุกระจายเสียงระบบ เอฟ.เอ็ม. ที่ได้รับจัดสรรคลื่นความถี่อยู่ในวันที่ พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ใช้บังคับมีจำนวน 313 สถานี โดยการใช้คลื่นความถี่ของสถานีวิทยุ เอฟ.เอ็ม ดังกล่าวเป็นไปตามแผนความถี่วิทยุกระจายเสียงระบบ เอฟ.เอ็ม. ของประเทศ(ฉบับปรับปรุงใหม่ พ.ศ. 2528) และหนังสืออนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ของกรมไปรษณีย์โทรเลข ทั้งนี้ มติที่ประชุม กสท. ได้เห็นชอบร่างประกาศ กสทช. เรื่อง แผนความถี่วิทยุกิจการกระจายเสียงระบบ เอฟ.เอ็ม. โดยให้เพิ่มเติมข้อความในแผนความถี่วิทยุฯ เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในการปรับปรุงแก้ไขในอนาคต พร้อมทั้งเห็นชอบร่างประกาศ กสทช. เรื่องมาตรฐานทางเทคนิคเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงระบบ เอฟ.เอ็ม. และเห็นชอบให้นำเสนอต่อที่ประชุม กทช. เพื่อขออนุมัติให้นำร่างประกาศ กสทช. เรื่อง แผนความถี่วิทยุกิจการกระจายเสียงระบบ เอฟ.เอ็ม. และร่างประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรฐานทางเทคนิคเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงระบบ เอฟ.เอ็ม. ไปสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ โดยมอบหมายให้ กสท. ดำเนินกระบวนการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะจนแล้วเสร็จ</p>
<p>ทั้งนี้ นางสาวสุภิญญา ได้สงวนความเห็นในการพิจารณาวาระดังกล่าว ดังนี้</p>
<p>“ดิฉันสงวนความเห็นในการพิจารณาเรื่อง ร่างประกาศ กสทช. เรื่อง แผนความถี่วิทยุกระจายเสียงระบบ เอฟ.เอ็ม. และร่างประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรฐานทางเทคนิคเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียง<br />
ระบบ เอฟ.เอ็ม เนื่องจากเห็นว่าสาระของร่างประกาศดังกล่าวไม่สอดคล้องกับมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 และยุทธศาสตร์ตามแผนแม่บทบริหารคลื่นความถี่ พ.ศ. 2555 โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับกระบวนการประกอบหลักการเหตุผลในการจัดทำแผนความถี่วิทยุกระจายเสียงระบบ เอฟ.เอ็ม. ของประเทศ (ฉบับปรับปรุงใหม่ พ.ศ. 2528) ซึ่งมีผลบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน ตลอดจนมีข้อกังวลต่อแนวทางการจัดสรรคลื่นความถี่เพื่อให้อนุญาตใช้คลื่นความถี่และประกอบกิจการกระจายเสียงในระบบ เอฟ.เอ็ม ในอนาคต ในประเด็นดังนี้</p>
<p><strong>๑.   </strong><strong>หลักการจัดทำแผนความถี่ไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมายซึ่งมุ่งปฏิรูปการถือครองคลื่นความถี่ </strong><strong></strong></p>
<p>ร่างประกาศฯ ทั้งสองฉบับ สำนักงาน กสทช. ได้จัดทำขึ้นโดยอาศัยโครงสร้างพื้นฐานและลักษณะ<br />
ทางเทคนิคของเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงและสถานีวิทยุกระจายเสียงระบบ เอฟ.เอ็ม ของผู้ประกอบกิจการกระจายเสียงรายเดิม จำนวน 313 สถานี และดำเนินการปรับปรุงทางเทคนิคโดยคำนึงถึงปัญหาการรบกวนในการใช้งานคลื่นความถี่ของสถานีวิทยุกระจายเสียงในระบบ เอฟ.เอ็ม กำลังส่งที่ใช้ในการออกอากาศ ตลอดจนความครอบคลุมของสัญญาณในแต่ละพื้นที่ อีกทั้งมุ่งหมายให้เป็นการรองรับการใช้งานอย่างต่อเนื่องและลดภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินการของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐ และผู้ได้รับอนุญาต   ให้ใช้คลื่นความถี่โดยชอบด้วยกฎหมาย ภายหลังการเรียกคืนคลื่นความถี่เพื่อนำมาจัดสรรใหม่ตามกรอบเวลาของแผนแม่บทบริหารคลื่นความถี่ พ.ศ. 2555 ที่กำหนดระยะเวลาสูงสุดในการถือครองไว้ไม่เกินห้าปี ซึ่งต้องสิ้นสุดการใช้คลื่นความถี่ภายในวันที่ 3 เมษายน 2560 นี้</p>
<p>ดังนั้นจึงพิจารณาได้ว่าภายใต้กระบวนการขั้นตอนและหลักการเหตุผลในการจัดทำแผนความถี่วิทยุกระจายเสียงระบบ เอฟ.เอ็ม. ตลอดจนมาตรฐานทางเทคนิคในครั้งนี้เป็นการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงลักษณะทางเทคนิคเพียงบางส่วน โดยคำนึงถึงสิทธิในการใช้งานคลื่นความถี่อย่างต่อเนื่องของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐ และละเลยที่จะนำแนวทางรองรับการจัดสรรคลื่นความถี่ตามมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553  ประกอบกับมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติ      การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 ซึ่งได้จำแนกใบอนุญาต ประเภท และระดับของบริการในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ไว้อย่างชัดเจนแล้วมาพิจารณาประกอบการจัดทำ</p>
<p>ร่างแผนความถี่ฉบับนี้จึงไม่มีลักษณะเป็นการวางแผนความถี่เพื่อมุ่งไปสู่การจัดสรรทรัพยากร คลื่นความถี่ใหม่ตามกฎหมาย แต่มีลักษณะเป็นการกำหนดทางเทคนิคเพื่อรองรับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงรายเดิมในระบบ เอฟ.เอ็ม ทั้ง 313 คลื่นความถี่ ซึ่งอาจทำให้สาธารณะมีความเข้าใจได้ว่า เป็นการดำเนินการเพื่อต่ออายุให้กับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ 22 แห่ง ได้ถือครองและใช้งานคลื่นความถี่ต่อไปแม้ว่าจะสิ้นสุดสิทธิในการใช้งานคลื่นความถี่ตามขั้นตอนของกฎหมายแล้วก็ตาม</p>
<p>ดิฉันเห็นว่าแนวทางการจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่ตามกรอบของกฎหมายได้พิจารณาและให้สิทธิ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐเป็นผู้รับอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงไว้แล้ว ตามเงื่อนไขของประเภทและวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการ หากแผนความถี่จัดทำขึ้นโดยตอบสนองการจัดสรรทรัพยากรคลื่นความถี่ใหม่ให้แก่ทุกภาคส่วนได้อย่างเป็นธรรมและสอดคล้องกับกฎหมาย ย่อมทำให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐซึ่งมีความประสงค์และมีความจำเป็นในการประกอบกิจการกระจายเสียงสามารถได้รับอนุญาตใช้คลื่นความถี่และประกอบกิจการกระจายเสียง  โดยชอบด้วยกฎหมายต่อไป</p>
<p>อีกทั้งหากพิจารณารายงานผลการวิเคราะห์ข้อมูลความจำเป็นการใช้คลื่นความถี่และกำหนดระยะเวลาการถือครองคลื่นความถี่ในกิจการกระจายเสียงของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ ซึ่งที่ประชุม กสท.ครั้งที่ 36/2559 (17 ตุลาคม 2559) มีมติเห็นชอบกำหนดระยะเวลาที่แน่นอนในการให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐคืนคลื่นความถี่ดังกล่าวเพื่อนำไปจัดสรรใหม่ ตามมาตรา 83 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 โดยกำหนดระยะเวลาสูงสุด ตามกรอบเวลาของแผนแม่บทบริหารคลื่นความถี่ พ.ศ. 2555 ที่กำหนดระยะเวลาสูงสุดในการถือครองไว้ไม่เกินห้าปี หรือภายในวันที่ 3 เมษายน 2560 นี้แล้ว เห็นได้ว่าคณะอนุกรรมการพิจารณาสัญญาสัมปทานและพิจารณาความจำเป็นในการใช้คลื่นความถี่ด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ได้แจกแจงถึงรายละเอียดการใช้คลื่นความถี่ในระบบ เอฟ.เอ็ม. เพื่อประกอบกิจการกระจายเสียงของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐไว้ได้อย่างชัดเจนและเป็นประโยชน์ต่อการนำมาพิจารณาประกอบการจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่ กล่าวคือ ในภาพรวมมีส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ จำนวน 27 หน่วยงาน ถือครองคลื่นความถี่ในระบบ เอฟ.เอ็ม. เพื่อประกอบกิจการกระจายเสียง ทั้งสิ้น 313 คลื่นความถี่ โดยจำแนกเป็น 1)กลุ่มหน่วยงานที่การประกอบกิจการกระจายเสียงสอดคล้องกับภารกิจของหน่วยงาน 88 คลื่นความถี่ หรือร้อยละ 28.12 และ 2)กลุ่มหน่วยงานที่การประกอบกิจการกระจายเสียงไม่สอดคล้องต่อภารกิจบางส่วน จำนวน 225 คลื่นความถี่ หรือร้อยละ 71.88 ดิฉันจึงเห็นว่ารายละเอียดผลการพิจารณาข้างต้นสามารถนำมาประกอบการพิจารณาให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐเป็นผู้รับอนุญาตใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการกระจายเสียงอย่างถูกต้อง      ตามกฎหมายได้โดยเร็ว หากแต่ต้องจัดทำแผนความถี่ขึ้นโดยคำนึงถึงการจัดสรรทรัพยากรคลื่นความถี่ใหม่ให้แก่ทุกภาคส่วนได้อย่างเป็นธรรมและสอดคล้องกับกฎหมาย เพื่อป้องกันมิให้เกิดปัญหาในกระบวนการให้อนุญาตและจัดสรรคลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการกระจายเสียงในระบบ เอฟ.เอ็ม. ต่อไปในอนาคต</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>๒.   </strong><strong>สาระของร่างประกาศฯ ไม่สอดคล้องกับกฎหมายและแผนแม่บท </strong><strong></strong></p>
<p>สาระสำคัญของร่างประกาศ ฯ ทั้งสองฉบับ แม้จะเป็นเรื่องที่ต้องมุ่งพิจารณาสาระในด้านเทคนิค    เป็นสำคัญแต่ขณะเดียวกันจำเป็นต้องพิจารณาหลักการและแนวทางในการจัดสรรคลื่นความถี่ตลอดจนเงื่อนไขของกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการจัดทำไปพร้อมกัน เพื่อให้รองรับการจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่หรือปรับปรุงการใช้คลื่นความถี่ที่ใช้ในการประกอบกิจการกระจายเสียงตามที่กฎหมายบัญญัติ แต่อย่างไรก็ตาม ดิฉันเห็นว่าร่างประกาศทั้งสองฉบับนี้ยังสะท้อนว่าไม่สอดคล้องกับเงื่อนไขของกฎหมาย ตลอดจนยุทธศาสตร์ตามที่แผนแม่บทกำหนดไว้ ดังนี้</p>
<p><strong><em>           2</em></strong><strong><em>.1 ไม่มีการจัดแผนคลื่นความถี่สำหรับบริการชุมชน</em></strong> ตามมาตรา 49 วรรคแรก ของพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นฯ พ.ศ. 2553 บัญญัติให้ต้องจัดสรรคลื่นความถี่ในส่วนกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ให้กับภาคประชาชนได้ใช้คลื่นความถี่เพื่อประโยชน์สาธารณะ และไม่แสวงหากำไรในทางธุรกิจในการประกอบกิจการบริการชุมชนไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของคลื่นความถี่ในแต่ละพื้นที่ของการอนุญาตประกอบกิจการ แต่หากพิจารณาสาระของร่างแผนความถี่วิทยุกระจายเสียงระบบ เอฟ.เอ็ม. ตลอดจนมาตรฐานทางเทคนิคในครั้งนี้ ไม่ปรากฏว่ามีสาระของการจัดสรรย่านความถี่หรือสัดส่วนของคลื่นความถี่เพื่อรองรับไว้ตามที่กฎหมายกำหนด อีกทั้งมาตรฐานทางเทคนิคที่กำหนดโดยอ้างอิง        พื้นที่ออกอากาศและกำลังส่งสถานีวิทยุกระจายเสียงรายเดิมของ 313 หน่วยงานดังกล่าวย่อมไม่สะท้อน  หรือสนองตอบต่อการอนุญาตให้ประกอบกิจการกระจายเสียงประเภทบริการชุมชนแต่อย่างใด จึงไม่อาจกล่าวอ้างได้ว่าจะจัดสรรคลื่นความถี่ตามมาตรฐานเทคนิคข้างต้นให้กับภาคประชาชนได้ใช้คลื่นความถี่เพื่อประโยชน์สาธารณะตามที่กฎหมายกำหนดได้ และกรณีนี้จึงส่งผลให้ไม่เป็นการดำเนินการที่สอดคล้องตามแผนแม่บทบริหารคลื่นความถี่ พ.ศ. 2555 (8.6) ยุทธศาสตร์การจัดให้ภาคประชาชนได้ใช้คลื่นความถี่ในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ซึ่งกำหนดแนวทางส่งเสริมให้ภาคประชาชนได้ใช้คลื่นความถี่ที่กำหนดให้ใช้ในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ไว้ และโดยที่ข้อ 8.6.1 กำหนดให้ กสทช. ต้องจัดให้มีประกาศหลักเกณฑ์การอนุญาตให้ภาคประชาชนใช้คลื่นความถี่ในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ภายใน 4 ปี นับแต่วันที่แผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ใช้บังคับ อันเป็นกรณีที่ระยะเวลาล่วงมาแล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><em>2</em></strong><strong><em>.2 ไม่เป็นการส่งเสริมแนวทางการพัฒนาและการส่งเสริมแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรมระหว่างผู้ประกอบกิจการ</em></strong> ตามมาตรา 49 วรรคแรก ของพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นฯ พ.ศ. 2553 บัญญัติให้อย่างน้อย กสทช. ต้องจัดให้มีแนวทางการพัฒนาและการส่งเสริมแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรมระหว่างผู้ประกอบกิจการ และแนวทางการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และการอนุญาตให้ประกอบกิจการ ดังนั้น การอ้างเหตุผลจัดทำร่างแผนความถี่โดยนำเอากรณีการออกอากาศต่อเนื่องของผู้ประกอบการรายเดิมจึงเป็นเหตุให้ต้องกำหนดมาตรฐานทางเทคนิคโดยมีที่ตั้งตลอดจนพิกัดการออกอากาศ ณ ที่ตั้งของสถานีวิทยุกระจายเสียงทั้ง 313 แห่ง ซึ่งย่อมต้องเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาและการส่งเสริมแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรมระหว่างผู้ประกอบกิจการ เพราะหากผู้ได้รับอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงประเภทบริการทางธุรกิจจำเป็นต้องเข้าใช้สถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวก ตลอดจนเครื่องส่งฯ ของหน่วยงานรัฐ<br />
ซึ่งเป็นผู้ประกอบการรายเดิม ย่อมก่อให้เกิดกรณีปัญหาในทางปฏิบัติหลายประการเนื่องจากเป็นทรัพย์สินและสถานีของหน่วยงานราชการซึ่งมีเงื่อนไขและข้อจำกัดในการเข้าใช้ประโยชน์ของเอกชน ดังนั้นการกำหนดสาระโดยล็อคเสปคทางเทคนิคไว้กับ สถานีวิทยุกระจายเสียงรายเดิม 313 สถานี โดยไม่คำนึงประเด็นแวดล้อมอื่น กรณีจึงอาจเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาและการส่งเสริมแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรมตามที่กฎหมายกำหนดไว้ และกระทบอุตสาหกรรมวิทยุกระจายเสียงในภาพรวมโดยตรง</p>
<p><strong><em>2.3 ไม่สัมพันธ์กับการดำเนินการตามยุทธศาสตร์อื่นของแผนแม่บทฯ</em></strong> ตามที่แผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2555-2559) ภายใต้ (5.1) ยุทธศาสตร์การอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ กำหนดแนวทางให้ กสทช. กำหนดแผนความถี่วิทยุ มาตรฐานและลักษณะอันพึงประสงค์ด้านเทคนิคในการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ไว้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาแนวทางอื่นๆ ประกอบ จะเห็นได้ว่าเป็นแนวทางที่มีความสัมพันธ์ และยึดโยงเกี่ยวข้องกันในการดำเนินการตามลำดับ แต่การจัดทำแผนความถี่วิทยุมาตรฐานและลักษณะอันพึงประสงค์ด้านเทคนิคในการประกอบกิจการกระจายเสียงในระบบ เอฟ.เอ็ม นี้ ไม่ปรากฏว่ายึดโยงหรือสัมพันธ์กับยุทธศาสตร์และแนวทางอื่นๆ</p>
<p>อนึ่งดิฉันมีข้อสังเกตต่อการอ้างอิงบทบัญญัติตามกฎหมายเพื่อจัดทำร่างประกาศนี้ พบว่าไม่ระบุหรือมีการอ้างอิงถึงมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นฯ พ.ศ. 2553 แต่อย่างใดทั้งที่เป็นบทบัญญัติสำคัญซึ่งต้องนำมาพิจารณาประกอบการดำเนินการจัดทำประกาศหลักเกณฑ์ในส่วนที่เกี่ยวข้อง  อีกทั้งไม่สอดคล้องกับหลักการพื้นฐานในการจัดทำแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2555-2559) ซึ่งให้ความสำคัญกับแนวทางการพัฒนาและส่งเสริมการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรมระหว่างผู้ประกอบกิจการ การอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และการอนุญาตให้ประกอบกิจการ และมาตรการจัดให้ภาคประชาชนได้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการบริการชุมชน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>๓.   </strong><strong>ข้อสังเกตเพิ่มเติม</strong><strong></strong></p>
<p><strong>          </strong>ดิฉันเห็นว่าในระยะเวลาที่ผ่านมา กสท. และ กสทช. ได้ดำเนินการตามแผนแม่บทมาแล้วในระยะหนึ่ง โดยเฉพาะกระบวนการเรียกคืนคลื่นความถี่เพื่อนำมาจัดสรรใหม่ ทั้งการมีมติให้ดำเนินการในกรณีที่เกี่ยวข้อง การแต่งตั้งอนุกรรมการและคณะทำงานเพื่อดำเนินการศึกษา วิเคราะห์ กลั่นกรองและให้ความเห็นในการใช้อำนาจจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับดูแลการประกอบกิจการตามกฎหมาย ดิฉันได้นำมาทบทวนแล้วพิจารณาเห็นว่าสำนักงาน กสทช. ยังมิได้นำมาใช้ประโยชน์ประกอบการพิจารณาจัดทำแผนความถี่วิทยุกระจายเสียงระบบ เอฟ.เอ็ม. ตลอดจนมาตรฐานทางเทคนิคเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงระบบ เอฟ.เอ็ม ฉบับนี้ รายละเอียดดังนี้</p>
<p><strong><em>3.1 ผลการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับแผนความถี่วิทยุกระจายเสียงระบบ เอฟ.เอ็ม. และร่างประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรฐานทางเทคนิคเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงระบบ เอฟ.เอ็ม </em></strong>ตามที่สำนักงาน กสทช. ได้ดำเนินการตามมติ กสทช. ครั้งที่ 5/2558 (20 พฤษภาคม 2558) ซึ่งเห็นชอบให้นำแผนความถี่วิทยุและมาตรฐานทางเทคนิคสำหรับกิจการวิทยุกระจายเสียง ประกอบด้วย 1)แผนความถี่วิทยุและมาตรฐานทางเทคนิคสำหรับกิจการวิทยุกระจายเสียง ระบบ เอฟ.เอ็ม 2)แผนความถี่วิทยุ และมาตรฐานทางเทคนิคสำหรับกิจการวิทยุกระจายเสียง ระบบ เอ.เอ็ม. 3)แผนความถี่วิทยุและมาตรฐานทางเทคนิคสำหรับกิจการวิทยุกระจายเสียง ระบบดิจิตอลเพื่อการทดลอง และ 4)แผนความถี่วิทยุและมาตรฐานทางเทคนิคสำหรับกิจการวิทยุกระจายเสียง ระบบดิจิตอลระดับชาติและระดับท้องถิ่น             ไปสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ โดยมอบอำนาจให้ กสท. ปฏิบัติหน้าที่แทน กสทช. ในการจัดรับฟังความคิดเห็นจนเสร็จสิ้นกระบวนการ และที่ประชุม กสทช. ครั้งที่ 7/2558 (22 กรกฎาคม 2558) รับทราบผลการพิจารณาของ กสท. ที่มีต่อสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ ต่อแผนความถี่วิทยุและมาตรฐานทางเทคนิคสําหรับกิจการวิทยุกระจายเสียง ระบบ เอฟ.เอ็ม. ระบบ เอ.เอ็ม. และระบบดิจิตอล แล้วนั้น<strong><em></em></strong></p>
<p>ดิฉันเห็นว่าในกระบวนการจัดทำแผนความถี่วิทยุและมาตรฐานทางเทคนิคสำหรับกิจการวิทยุกระจายเสียง ระบบ เอฟ.เอ็ม นั้นได้มีการจัดทำและนำไปรับฟังความคิดเห็นสาธารณะแล้ว ประกอบกับดิฉันมีบันทึกที่ สทช 1003.9/122 ลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2558 เห็นว่า <em>การพิจารณาแผนความถี่วิทยุและมาตรฐานทางเทคนิคสำหรับกิจการวิทยุกระจายเสียง ระบบ เอฟ.เอ็ม ระบบ เอ.เอ็ม. และระบบดิจิตอล และผลการประชุมกลุ่มย่อยต่อร่างแผนพัฒนากิจการกระจายเสียงจำเป็นต้องศึกษาเพิ่มเติมจากทุกกลุ่ม ที่เกี่ยวข้องตามเสียงสะท้อนที่เป็นข้อคำถามของทุกกลุ่มดังที่ปรากฏในสรุปผลการประชุมกลุ่มย่อย รวมทั้งเห็นว่า การศึกษาเพิ่มเติมของสำนักงาน กสทช. ควรมีการประสานงานระหว่างสำนักที่เกี่ยวข้อง  อาทิ ทส. จส. และ ปส. เป็นต้น</em> <em></em></p>
<p>แต่อย่างไรก็ตามภายใต้กระบวนการจัดทำนี้มิได้แสดงถึงการนำผลการรับฟังคิดเห็นสาธารณะตลอดจนข้อเสนอแนะของดิฉันไปเป็นแนวทางปฏิบัติแต่อย่างใด รวมถึงไม่แสดงถึงข้อแตกต่างของแผนความถี่ในฉบับที่ผ่านการรับฟังความคิดเห็นหรือได้รับการปรับปรุงแล้ว ซึ่งทำให้ดิฉันมีข้อกังขาต่อกระบวนการขั้นตอนการจัดประกาศฉบับนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><em>3.2  ผลการพิจารณาแนวทางการแบ่งสัดส่วนการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการกระจายเสียง </em></strong>ตามที่ กสท. ครั้งที่ 5/2556 (28 มกราคม 2556) มีมติรับทราบผลการพิจารณาแนวทางการแบ่งสัดส่วนการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการกระจายเสียง ภายใต้การดำเนินการขหองคณะทำงานพิจารณาแบ่งสัดส่วนการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ภายใต้คณะอนุกรรมการพิจารณาความจำเป็นการใช้คลื่นความถี่ด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ซึ่งถือเป็นสาระอีกส่วนหนึ่งที่สำนักงาน กสทช. ที่สามารถนำมาประกอบการพิจารณาจัดทำร่างแผนความถี่วิทยุกระจายเสียงระบบ เอฟ.เอ็ม. และร่างประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรฐานทางเทคนิคเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงระบบ เอฟ.เอ็ม ทั้งสองฉบับนี้ได้ เนื่องจากเป็นเงื่อนไขตามบทบัญญัติของกฎหมายดังที่กล่าวมาในข้างต้น กล่าวคือ คณะทำงานฯ ได้พิจารณาแบ่งสัดส่วนการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการกระจายเสียงจากข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยคำนึงถึงสภาพสังคม สิ่งแวดล้อม และการใช้คลื่นความถี่ในแต่ละเขตพื้นที่ให้เป็นไปด้วยความเหมาะสม ซึ่งกำหนดให้มีสัดส่วนที่เป็นเกณฑ์ยืดหยุ่นเพื่อรองรับความต้องการประกอบกิจการที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ของประเทศ ประกอบกับเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตและเพื่อที่จะทำให้กิจการกระจายเสียงแต่ละประเภทสามารถขยายฐานการประกอบกิจการได้ในสัดส่วนที่เหมาะสม จึงเสนอให้ กสท. พิจารณากำหนดสัดส่วนการอนุญาตสำหรับกิจการแต่ละประเภท ดังนี้ (1) กิจการบริการชุมชน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 (2) กิจการบริการสาธารณะ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 และ (3) กิจการบริการทางธุรกิจไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ทั้งนี้การกำหนดสัดส่วนสำหรับบริการกิจการสาธารณะในสัดส่วนเท่ากับธุรกิจ เนื่องจากคำนึงถึงการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบกิจการรายใหม่ที่ประสงค์จะประกอบกิจการบริการสาธารณะซึ่งมีอยู่จำนวนมากเข้ามาประกอบกิจการได้อย่างเหมาะสม  <strong><em></em></strong></p>
<p>จากข้อเสนอข้างต้นซึ่งที่ประชุม กสท. มีมติรับทราบมาแล้วตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม 2556 ดิฉันจึงเห็นว่าเป็นกรณีที่สำนักงาน กสทช. สามารถนำไปพิจารณาประกอบการจัดทำแผนความถี่นี้ได้ หรือหากต้องการความชัดเจนควรขอรับนโยบายเกี่ยวกับการกำหนดสัดส่วนคลื่นความถี่นี้เพื่อดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย แทนการกล่าวอ้างในฐานะฝ่ายปฏิบัติการว่า กสท. หรือ กสทช. ไม่มีนโยบายให้กับสำนักงาน กสทช. เพื่อดำเนินการ”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<iframe src="//docs.google.com/viewer?url=http%3A%2F%2Fwww.supinya.com%2Fwp-content%2Fuploads%2F2016%2F11%2FComment-NBC-37-59.pdf&hl=th&embedded=true" class="gde-frame" style="width:100%; height:800px; border: none;" scrolling="no"></iframe>
<p class="gde-text"><a href="http://www.supinya.com/wp-content/uploads/2016/11/Comment-NBC-37-59.pdf" class="gde-link">Download (Comment-NBC-37-59.pdf,PDF, Unknown)</a></p>
<div class="SPOSTARBUST-Related-Posts"><H3>ข่าวที่เกี่ยวข้อง</H3><ul class="entry-meta"><li class="SPOSTARBUST-Related-Post"><a title="4ม.ค.-3ก.พ.นี้ กสทช.เปิดรับฟังความเห็น ร่างประกาศแผนความถี่เอฟเอ็ม และมาตรฐานเทคนิคเครื่องส่งฯ" href="http://www.supinya.com/2017/01/4%e0%b8%a1-%e0%b8%84-3%e0%b8%81-%e0%b8%9e-%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89-%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%97%e0%b8%8a-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%87/" rel="bookmark">4ม.ค.-3ก.พ.นี้ กสทช.เปิดรับฟังความเห็น ร่างประกาศแผนความถี่เอฟเอ็ม และมาตรฐานเทคนิคเครื่องส่งฯ</a> (12 ม.ค. 2017) </li>
<li class="SPOSTARBUST-Related-Post"><a title="เปิดความเห็น/คำสงวน:รายการ”คมข่าว”ทีวี24 และ“ข่าวข้นคนเนชั่น”NationTV" href="http://www.supinya.com/2016/11/2422/" rel="bookmark">เปิดความเห็น/คำสงวน:รายการ”คมข่าว”ทีวี24 และ“ข่าวข้นคนเนชั่น”NationTV</a> (29 พ.ย. 2016) </li>
<li class="SPOSTARBUST-Related-Post"><a title="จับตา กสทช. เตรียมอนุมัติเงินกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และ กองทุน ประเภท 2" href="http://www.supinya.com/2016/09/9647/" rel="bookmark">จับตา กสทช. เตรียมอนุมัติเงินกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และ กองทุน ประเภท 2</a> (13 ก.ย. 2016) </li>
<li class="SPOSTARBUST-Related-Post"><a title="เปิดความเห็น : รายงานผลการดำเนินงานระดับยุทธศาสตร์ตามแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ และแผนปฏิบัติการภายใต้แผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่" href="http://www.supinya.com/2016/03/7985/" rel="bookmark">เปิดความเห็น : รายงานผลการดำเนินงานระดับยุทธศาสตร์ตามแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ และแผนปฏิบัติการภายใต้แผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่</a> (30 มี.ค. 2016) </li>
<li class="SPOSTARBUST-Related-Post"><a title="เปิดรายงานการเดินทางเข้าร่วมประชุมระดับโลกว่าด้วยวิทยุคมนาคม ปี ค.ศ. 2015 WRC-15" href="http://www.supinya.com/2016/02/713/" rel="bookmark">เปิดรายงานการเดินทางเข้าร่วมประชุมระดับโลกว่าด้วยวิทยุคมนาคม ปี ค.ศ. 2015 WRC-15</a> (10 ก.พ. 2016) </li>
</ul></div><div style="float: right; margin-left: 10px;"><a href="http://twitter.com/share?url=http://www.supinya.com/2016/11/4365/&via=supinya&text=เปิดคำสงวน:ร่างประกาศ เรื่องแผนความถี่วิทยุกระจายเสียงระบบ เอฟ.เอ็ม. และร่างประกาศ มาตรฐานทางเทคนิคเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงระบบ เอฟ.เอ็ม&related=:&lang=en&count=horizontal" class="twitter-share-button">Tweet</a><script type="text/javascript" src="http://platform.twitter.com/widgets.js"></script></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.supinya.com/2016/11/4365/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
