Featured, News Update, งานและความเคลื่อนไหว, เรื่องในกระแส

ทุกช่องขอล้างผังเดิมและให้คำสัญญาจะผลิตรายการที่มีคุณภาพไม่โฆษณาผิดกฏหมาย อย. สคบ. หรือโอ้อวดเกินจริงอีก

Sum up of the week in Thai & Eng:
27 มิ.ย.57 

สัปดาห์นี้นอกจากประชุมบอร์ดและงานรูทีนอื่นๆแล้ว ยุ่งและหนักใจเรื่องการคืนสิทธิ์ทีวีดาวเทียมช่องที่ยังจอดำ หลังจากทั้งหมดถูกปิดลงหลังการรัฐประหาร จากนั้นตามประกาศฉบับที่ 27 ของ คสช. กำหนดว่าทีวีดาวเทียมทั้งหมดถ้าจะออกอากาศได้ต้องปรับตัวเป็น *ทีวีบอกรับสมาชิก* ที่ต้องทำตามเงื่อนไขของ กสทช. อาทิ 1.การต้องเข้ารหัสตอนส่งขึ้นดาวเทียมและเอาลงกล่อง 2. การโฆษณาได้ชั่วโมงละไม่เกิน 6 นาที

จากนั้น สำนักงาน กสทช. จึงเปิดให้ช่องดาวเทียมและโครงข่ายฯมายื่นสมัครใหม่เป็นทีวีแบบบอกรับสมาชิก จนทำไปสู่การทยอยอนุญาตช่องต่างๆกลับไปออกอากาศ 417 ช่องในปัจจุบัน โดยมี โครงข่ายฯที่ได้รับใบอนุญาตราว 17 ราย แต่ปัจจุบันยังมีกว่า 100 ช่องที่ยังจอดำ และอีกมากที่ยังไม่มายื่นขอเป็นทีวีแบบบอกรับสมาชิก

ที่ผ่านมากลุ่มผู้ประกอบการทีวีดาวเทียมได้ไปร้องเรียนกับ คสช. ว่า กสทช. ยังไม่ยอมอนุญาตให้เขาคืนสิทธิ์ แต่ปัญหาคือเราต้องให้สำนักงานตรวจสอบคุณสมบัติก่อน ภายในระยะเวลา 1 เดือน สำนักงานต้องเร่งตรวจเอกสารใหม่ทั้งหมด และขอดูเทปการออกอากาศย้อนหลังร้อยกว่าสถานี จากนั้นขอความช่วยเจ้าหน้าที่จากกระทรวงสาธารณสุข / สำนักงาน อย. / อาจารย์เภสัชฯ จุฬา จาก กพย. และ อนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคสื่อ กสท. ในการช่วย กสทช.กลั่นกรอง

ผลการกลั่นกรอง เราพบทั้งช่องที่ไม่มีประวัติ แต่จำนวนมากที่พบประวัติการโฆษณาขัด กม. อย และประกาศการคุ้มครองผู้บริโภค กสทช.

เบื้องต้น อนุกรรมการฯ มีมติส่งรายชื่อ 58 ช่องให้ กสท. อนุญาตการคืนสิทธิ์ ซึ่งมีทั้งสถานีที่พบประวัติและไม่พบประวัติ ส่วนที่พบประวัติยังไม่ถึงขั้นร้ายแรง เมื่อเขาเสนอผังใหม่ และ ยอมทำตามกติกาใหม่ จึงเสนอให้บอร์ด กสท.พิจารณา แต่มีเงื่อนไขแนบท้ายว่ามีประวัติหมายเหตุการทำความผิดให้ผู้ให้บริการโครงข่ายฯ และ กล่องพิจารณา เพราะถ้าหลังออนแอร์แล้ว พบการทำผิด ทางโครงข่ายฯจะต้องร่วมรับผิดชอบด้วย

อย่างไรก็ตามยังมีอีกราว 60 กว่าช่องที่ อนุกรรรมการฯ ยังไม่ยอมให้ผ่านรอบที่แล้ว แต่ขอให้ บอร์ด กสท. มีมติให้ อนุกรรมการฯ เชิญทุกช่องมาพูดคุย และ ทำข้อตกลงกันก่อน ซึ่งการประชุมดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ที่ดิฉันและอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคฯ นั่งเผชิญหน้ากับผู้ประกอบการช่องทีวีดาวเทียมฯที่ยังจอดำ เราเปิดให้ทุกช่องได้ซักถามข้อสงสัยและพูดสิ่งที่อยู่ในใจ รวมทั้งการแลกเปลี่ยนกับอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก กสทช. ที่เข้ามาช่วยงานบอร์ด กสท.

แน่นอนเจอเสียงกระจองอแงจากช่องทีวีเพราะกำลังจะตกงาน แต่อนุกรรมการฯ ทุกท่านก็เข้ม สุดท้ายเรายืนยันว่าทุกช่องต้องลงนามข้อตกลง การไม่ทำความผิดในการโฆษณาและประกาศการละเมิดผู้บริโภคอีก จึงจะเสนอรายชื่อให้บอร์ด กสท.พิจารณา
ถ้าได้กลับมาออนแอร์ต้องส่งเทปกลับมาให้สำนักงานตรวจเป็นเวลา 2 เดือน เดือนแรกให้ส่งทุก 7 วัน หลังจากนั้น สำนักงานจะสุ่มเรียกตรวจเทปที่ออนแอร์เป็นระยะ

ส่วนตัวแล้วมีหลายช่องไม่อยากให้ผ่านและเคยลงมติสงวนความเห็นไม่ต่อใบอนุญาตให้ก่อนหน้านี้ เพราะการกระทำความผิดตามกฏหมาย อย. แต่ครั้งนี้ทุกช่องขอล้างผังเดิมเสนอผังใหม่ และ ให้คำสัญญาว่าจะผลิตรายการที่มีคุณภาพมากขึ้นไม่โฆษณาผิดกฏหมาย อย. สคบ. หรือโอ้อวดเกินจริงอีก แม้ลึกๆไม่อยากเชื่อ อนุกรรมการฯ ก็จะให้โอกาสทุกช่องได้ปรับตัวใหม่ แต่ถ้าพบการทำความผิดอีกจะเสนอให้ บอร์ด กสท. ระงับหรือเพิกถอนใบอนุญาตต่อไป

จากนี้จะหารือกับเครือข่ายองค์กรผู้บริโภคในการทำร่วมมือกับ กสทช. เพื่อมอนิเตอร์ช่องทีวีดาวเทียมทั้งหมดต่อไปตามที่ได้วางแผนกันไว้ คงได้มีการจัดหารือกันเร็ววันนี้ค่ะ

รวมทั้งการเร่งส่งเสริมกลไกการกำกับดูแลกันเองของช่อง โครงข่าย ผู้ประกอบการสื่อให้จริงจังมากขึ้น โดยร่วมกับสมาคมโฆษณาฯ และ สมาคมทีวีดาวเทียมฯต่างๆ ให้มีไทยคมเป็นแกนหลักในการกลั่นกรองและพัฒนา ยกระดับเนื้อหาในทีวีดาวเทียมให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นมา
………………………………..

บ่ายวันนี้(27 มิ.ย.57) ดิฉันได้นัดตัวแทนของผู้รับใบอนุญาตโครงข่ายทีวีดาวเทียมรายใหญ่ คือ PSI มาคุย ขอให้เขากลั่นกรองในการเลือกช่องต่างๆมาออนแอร์อย่างรอบคอบ เพราะถ้าต่อไปช่องทำผิดทางโครงข่ายจะต้องรับผิดชอบด้วย ทาง PSI เขารับปากและจะนัดช่องที่ยังจอดำแต่ได้คืนสิทธิ์แล้วมาทำข้อตกลงก่อนออกาอากาศ ว่าถ้าทำผิดกฏการคุ้มครองผู้บริโภค โครงข่ายจะสั่งระงับได้เลย

ตนเองได้เสนอแนะไปว่า กสทช. ในฐานะเป็นองค์กรกำกับดูแลของรัฐ เราไม่มีอำนาจ เซ็นเซอร์ สื่อก่อนออนแอร์ เรามีอำนาจให้เขาส่งผังรายการมาให้ดูเท่านั้น แต่ถ้าทางโครงข่ายเป็นผู้ดูแลการส่ง รับสัญญาณ มีหน้าที่ขอตรวจดูเทปล่วงหน้าได้ ถ้าไม่มั่นใจว่าเนื้อหานั้นจะขัดกฏหมายหรือไม่ ถือเป็นการกำกับดูแลตนเองก่อน

ส่วน กสทช. จะกำกับดูแลตามหลัง ถ้าออนแอร์ไปแล้ว มีการตรวจสอบเทปย้อนหลัง พบความผิดก็จะมีคำสั่งทางปกครองต่อไป เช่น เตือน ปรับ พักใช้ หรือ เพิกถอนใบอนุญาต เป็นต้น

วันนี้จึงได้เสนอแนะทาง PSI ไปดังนี้ 
1. ทำสัญญากับช่องให้ชัดเจนเรื่องการกำกับดูแลเนื้อหา
2. ขอดูใบอนุญาตการโฆษณากับ อย.
3. ช่วงแรกให้ทางช่องส่งเทปมาให้โครงข่ายฯทีวีดาวเทียมดูก่อนออนแอร์
4. ระยะยาว ผู้ให้บริการโครงข่ายแบบ PSI ต้องพัฒนาทีมที่ดูแลคอนเทนท์อย่างเป็นระบบเหมือนผูัให้บริการทีวีบอกรับสมาชิกรายอื่นๆเช่น True Visions / CTH / GMM / RS ที่เขาต้องรับผิดชอบเนื้อหาที่ออกผ่านกล่องเขาตอนนี้เช่นกัน

สรุป ต้นเดือนนี้ทาง PSI จะนัดคุยกับทุกช่อง จากนั้นวันที่ 8 ก.ค. สำนักงานจะนัดผู้ให้บริการโครงข่ายทีวีดาวเทียมทั้ง 17 รายมาประชุมกับคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคฯ เพื่อสร้างความเข้าใจและข้อตกลงที่ตรงกัน ในการกำกับดูแลกิจการดาวเทียมประกาศ คสช. ฉบับที่ 27 และ ประกาศต่างๆของ กสทช.ต่อไป

หมายเหตุ: กำกับดูแลในกรณีคุ้มครองผู้บริโภคนี้ไม่เกี่ยวกับ *เสรีภาพทางการเมือง* เราเน้นเรื่องโฆษณาอาหารและยา รวมทั้งสิ้นค้าที่โอเวอร์เคลมทั้งหลาย สำหรับสถานีการเมืองส่วนตัวมีความเห็นว่า คสช. ควรรีบคืนเสรีภาพในการทำหน้าที่ให้เขา แต่สร้างข้อตกลงร่วมกันเรื่องการไม่ยั่วยุ หรือ สร้างความเกลียดชังเป็นต้น เพราะเห็นใจ พนักงาน ที่ไม่รู้อนาคตว่าจะถูกปิดอีกนานเท่าใด มันน่าจะมีทางออกที่เกิดขึ้นจากการเจรจาหาข้อตกลงแบบ win – win ได้

ส่วนวิทยุกลุ่มทดลองประกอบกิจการ ทาง กสทช. ได้พยายามเจรจาและทำข้อเสนอให้ คสช.เพื่อคืนสิทธิ์การออนแอร์ตามกระบวนการและเงื่อนไขแล้ว แต่ยังรอ คสช.ประกาศจึงจะเริ่มดำเนินการคืนสิทธิ์ได้เช่นกัน

ขอบคุณสำนักงาน Tri Bunchua น้อง ราตรี Benny Kkoko ทีมงาน Palinee Sermsinsiri Jenny’s Room รองประธานคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคฯUajit Virojtrairatt อนุกรรมการฯ Sakdina Chatrakul Na Ayudhya ที่ช่วยอย่างแข็งขัน รวมทั้ง Tuktik Plengchai เภสัชการจาก อย. สสจ. และเภสัชกรอาจารย์สุนทรี จากเภสัช จุฬา ฯ และ กพย. ที่สละเวลามาช่วยงานกลั่นกรองเนื้อหาช่องดาวเทียมแบบเร่งรัดจนสรุปทุกเรื่องเข้าบอร์ด กสท.วันจันทร์นี้ จากนี้คงต้องมาลงแรงงานมอนิเตอร์กันต่อไปอีกค่ะ เชื่อว่าจากกติกาใหม่นี้ คงทำให้การกำกับดูแลทำได้ง่าขึ้้นกว่าเดิม แต่บอร์ด กสทช. และ สนง.ก็ต้องกำกับจริงจังอย่างต่อเนื่องด้วย

This week busy with those pending satellite TV channels who re-submitted new programs but have huge records on violating FDA Thai’s laws & Consumers Protections Regulation on over-claim or false ads.
They are abt 60 channels which we ( sub-com on Consumers Protection) had a meeting with all of them yesterday.
They are asked to sign an agreement NOT to violate those Rules again.

Personally, I don’t prefer to allow many of them back on the air since they only had content to sell food supplement, sex-related drugs, over-claim products for health & luck for example. But they all promised to clear the bad records by introducing new TV programs with better quality. Hard to believe but let give all a second chance, then if the Network provider would allow them to be back on sat TV, the office must ensure law enforcement is actively in place both for channel & network operators.

All stations I dealt with yesterday have literally no concern on press freedom since they are not political channels but purely commercial.
The political/partisan channels are still banned by Army’s Rules because NCPO said they wished to ensure the climate for reconciliation at this moment before allowing political TV back on the air.

IMHO, they should be allowed to be back (with conditions) like other commercial channels, we, NBTC or even NCPO can set MoU such as ‘Do not reproduce hate speech or incitement of violence, for example. Media workers in those channels are in trouble, many to be laid off, as well as in radio SME operators which are still banned too. Hope NBTC could return their rights (of course, with obligation & responsibility) to the licensees soon. Then press freedom is waiting to fight for again & again.