Featured, ข่าวเกี่ยวข้อง, ทีวีดิจิตอล...วาระประเทศไทย, ว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค

กสทช.ถกไอพีเอ็มแก้ปมดูทีวีดิจิตอลผ่านจานไอพีเอ็มไม่ได้

กสทช.ถกไอพีเอ็มแก้ปมดูทีวีดิจิตอลผ่านจานไอพีเอ็มไม่ได้

กสทช.เชิญผู้บริหารบริษัทไอพีเอ็ม แพลทฟอร์ม ชี้แจงและหาทางออกหลังผู้บริโภคร้องเรียน กรณีพบปัญหาไม่สามารถรับชมทีวีดิจิตอล และไม่สามารถรับชมการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกได้ ช่วงปลายเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา…

เมื่อวันที่ 28 ก.ค.2557 นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ ประธานคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ กล่าวว่า ได้รับคำชี้แจงจากบริษัทไอพีเอ็ม ว่า มีผู้บริโภคจำนวนหนึ่งรับสัญญาณผ่านดาวเทียม NSS6 ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้บริโภคไม่สามารถรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลทั้ง 24 ช่องผ่านมัสต์แครี่ แต่ในภายหลังบริษัทฯ ได้เจรจากับบริษัทไทยคม จำกัด (มหาชน) จึงส่งการถอดรหัสให้จานไอพีเอ็มสำหรับลูกค้าที่รับชมผ่านดาวเทียมไทยคม ดังนั้นขณะนี้จึงยังคงมีปัญหาสำหรับจานไอพีเอ็มที่มีหัวรับได้เฉพาะดาวเทียม NSS6 จากลักเซมเบิร์ก ที่ยังไม่สามารถรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลได้ เนื่องจากฟรีทีวีดิจิตอบทั้ง 24 ช่องไม่ได้จ่ายเงินค่าโครงข่ายให้กับบริษัทไอพีเอ็มฯ ซึ่งต่างกับบริษัทไทยคมฯ ที่ กำหนดให้

ด้าน นายมานพ โตการค้า ผู้บริหารบริษัทไอพีเอ็ม แพลทฟอร์ม จำกัด กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ชมราว 7 แสนกล่องที่รับผ่านหัวจานไทยคมได้แล้ว แต่ยังคงมีอีก 3 ล้านกว่ากล่องที่เป็นจานรับหัวเดียวจาก NSS6 ทำให้รับชมทีวีดิจิตอลไม่ได้ จึงเสนอให้ผู้บริโภคที่อยู่ในกลุ่มหลัง คงต้องจ่ายเงินเพื่อติดหัวจานไทยคมหรือซื้อกล่องใหม่ หรือขอให้ กสทช. เจรจาการมัสต์แครี่ผ่านโครงข่ายของบริษัทไอพีเอ็มฯ บนดาวเทียม NSS6 โดยรวมทั้ง 24 ช่องพร้อมกัน เพื่อค่าใช้จ่ายโครงข่ายจะได้ถูกลง

ในส่วนของการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า อนุคุ้มครองผู้บริโภคฯ ขอให้บริษัทไอพีเอ็มจัดการแก้ปัญหาเรื่องร้องเรียนกับผู้บริโภคทั้ง 24 ราย รวมผู้บริโภคที่ต้องการคืนกล่องด้วย นอกจากนั้นอนุคุ้มครองผู้บริโภคฯ ขอให้บริษัทไอพีเอ็มฯ ชี้แจงปัญหา ผลกระทบ และข้อเท็จจริงมาเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อที่อนุกรรมการฯจะได้มีแนวทางพิจารณาเสนอ กสท.ต่อไป เพราะแม้ดาวเทียม NSS6 จะไม่ได้เป็นดาวเทียมทางการที่ได้รับใบอนุญาตหรือสัมปทานในประเทศไทย แต่ในข้อเท็จจริงแล้วมีผู้บริโภคที่มีกล่องที่รับจากดาวเทียมดวงนี้มากถึง 3 ล้านกล่อง และนานกว่า 10 ปีแล้ว.

ขอบคุณที่มาข่าว : ไทยรัฐออนไลน์