Featured, ข่าวแถลง, ว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค

จับตาวาระกสท.จันทร์12 ตค.นี้ : ผังรายการช่องเด็กยังไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ และวาระอื่นๆ

จับตาวาระ กสท.

: สุภิญญาฯ ห่วงผังรายการช่องเด็ก เยาวชน และครอบครัว ยังไม่เป็นตามเจตนารมณ์

 พร้อมติดตามผลการยื่นอุทธรณ์ของบริษัทซีทีเอชกรณีคำสั่งให้ระงับ

การกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค 

 

นางสาวสุภิญญา   กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. เปิดเผยว่า วันจันทร์ที่  13 ต.ค.นี้ ในการประชุม คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) ชวนจับตาวาระ การอนุมัติผังรายการหลักของช่อง 3 ในระบบความคมชัดปกติ และช่อง 3  Family  ที่ส่งเข้ามาให้กรรมการพิจารณาอีกครั้งหลังจากที่มีการแก้ไขปรับปรุงผังตามข้อเสนอแนะของกรรมการแล้ว   และเป็นที่น่าจับตาช่องเด็ก เยาวชนและครอบครัวทั้ง 3  ช่อง ขณะนี้ยังไม่ได้รับอนุมัติผังรายการจากกรรมการเนื่องจากมีการวางผังที่ยังไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของการประกอบกิจการประเภทนี้   ซึ่งในเงื่อนไขใบอนุญาต ผู้ประกอบการจะต้องนำเสนอรายการส่งเสริมการเรียนรู้ การศึกษาสาขาวิทยาการต่างๆ รวมถึงรายการสาระที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็ก เยาวชน หรือส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีของสมาชิกในครอบครัว  โดยที่เนื้อหารายการและเวลาการออกอากาศรายการจะต้องมีความปลอดภัยและเหมาะสมสำหรับเด็กและเยาวชน และต้องไม่มีเนื้อหาที่แสดงออกถึงความรุนแรง  ผิดศีลธรรม ผิดกฎหมาย หรือใช้ภาษาที่หยาบคาย และคำนึงถึงความเท่าเทียมและโอกาสของเด็ก  และเยาวชนทุกกลุ่มในสังคม  ซึ่งเร็วๆ นี้ สำนักงาน กสทช. จะเชิญผู้รับใบอนุญาตมาหารือเพื่อชี้แจงแนวทางการทำผังรายการและเนื้อหารายการที่เหมาะสมกับเด็ก เยาวชนและครอบครัว

“ ในหลายๆ ประเทศที่ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ของเด็ก และเยาวชน  จึงมีโทรทัศน์ที่เป็นช่องรายการเด็ก  เยาวชน และครอบครัวโดยเฉพาะ  สำหรับประเทศไทยนับเป็นความก้าวหน้าของฟรีทีวี ที่มีช่องรายการดังกล่าวเป็นการเฉพาะ  แต่ทั้ง 3 ช่องหมวดหมู่เด็ก เยาวชน และครอบครัวเสนอผังรายการเข้ามามีแต่รายการระดับความเหมาะสม  “ท.”  ทั้งหมด ไม่มีรายการสำหรับเด็กที่จัดระดับความเหมาะสม  “ด.” หรือ “ป.”  จึงต้องหารือเพื่อปรับปรุงอีกครั้ง   อย่างไรก็ตามส่วนตัวร่วมกับผู้แทนองค์กรเด็ก เยาวชน จะไปเยี่ยมช่อง 9 Family  เพื่อร่วมกันหาแนวทางพัฒนาและสร้างสรรค์รายการให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของการมีช่องรายการเด็ก เยาวชน และครอบครัวในวันอังคารนี้ด้วย ”   นางสาวสุภิญญากล่าว

นอกจากนี้ยังมีวาระที่บริษัท ซีทีเอช เคเบิล ทีวี จำกัด ขออุทธรณ์คำสั่ง กสท. กรณีให้ระงับการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค   โดยผู้ร้องใช้บริการจานรับสัญญาณดาวเทียมของบริษัท ซีทีเอช เคเบิล ทีวี จำกัด แบบบริการเหมาจ่าย ๑๐ เดือน ดูได้ ๑๒ เดือน  แต่ถูกตัดสัญญาณก่อนครบกำหนดสัญญาโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า  ซึ่งถือเป็นการกระทำผิดตามประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรฐานของสัญญาฯ พ.ศ. ๒๕๕๖ ข้อ ๓๐ กำหนดว่า “…ผู้ให้บริการมีสิทธิระงับการให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกเป็นการชั่วคราวต่อผู้ใช้บริการก็ได้    โดยแจ้งเป็นหนังสือพร้อมทั้งระบุเหตุในการใช้สิทธิดังกล่าวให้แก่ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวัน  เว้นแต่กรณี ผู้ใช้บริการผิดนัดชำระค่าบริการเกินกว่าระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาสองคราวติดต่อกัน  กรณีดังกล่าวพบว่าเป็นปัญหาที่ผู้บริโภคอาจพบได้  เพราะมีการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคอย่างชัดเจน  ดังนั้นกรณีอุทธรณ์คำสั่งของบริษัทซีทีเอช ครั้งนี้  คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคยืนความผิดตามมาตรา 31 เช่นเดิม  และเสนอเข้าพิจารณาใน กสท. วันจันทร์นี้ด้วย    และฝากเตือนผู้รับใบอนุญาตโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก ให้เคร่งครัดในการดำเนินการตามมาตรฐานสัญญา  หากผู้บริโภคที่เป็นสมาชิกได้รับความเดือดร้อนจากการถูกเอาเปรียบขอให้แจ้งมายังสำนักงาน กสทช.  โทร. 1200 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

สำหรับเรื่องร้องเรียนที่เข้ามายัง กสท. จำนวนมากในช่วงนี้เป็นเรื่องของกล่องดาวเทียมรุ่นเก่าบางรุ่นที่ไม่สามารถรับชมทีวีดิจิตอลได้  ต้องติดอุปกรณ์บางตัวเพิ่มจึงจะสามารถรับชมได้ตามปกติ  ทั้งนี้บริษัทพยายามแก้ปัญหาให้ผู้บริโภคแต่ละรายแล้ว  แต่ยังคงมีเรื่องร้องเรียนมาอย่างต่อเนื่อง คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคฯ จึงจะเชิญผู้ประกอบการกล่องดาวเทียมมาหารือแนวทางการแก้ปัญหาร่วมกัน  เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อนจากการรับชมโทรทัศน์

วาระที่อื่นๆ ที่น่าจับตา ได้แก่ การขอผ่อนผันการจัดลำดับบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไปของเคเบิลท้องถิ่นที่เป็นระบบอนาล็อค  เนื่องจากไม่สามารถนำพาสัญญาณทีวีดิจิตอลทั้ง 24 ช่อง ให้ประชาชนได้รับชมได้เนื่องจากข้อจำกัดทางเทคนิค   และสำนักงานฯ ได้เสนอ กสท. ให้ความเห็นชอบรายงานผลการศึกษาแผนการเริ่มระบบการรับส่งสัญญาณวิทยุกระจายเสียงในระบบดิจิตอลด้วย .